<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DemoCrazy Online</title>
	<atom:link href="http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://online.demo-crazy.com</link>
	<description>แค่บล็อกเวิร์ดเพรสบล็อกหนึ่ง</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 Dec 2009 10:39:05 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เครือเซ็นทรัลซื้อที่ดินเตรียมผุด “เซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก”</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=31</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=31#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 10:39:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=31</guid>
		<description><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัลยื่นแบบก่อสร้างเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก 3 ชั้นบนพื้นที่ 100,000 ตารางกิโลเมตร แต่เจ้าของพื้นที่ไม่มีอำนาจอนุมัติ รอผู้ว่าฯ พิษณุโลกชี้ขาด เหตุอาจมีปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่เกินเงื่อนไขโซนสีเหลือง ชี้พิษณุโลกเป็นเมืองใหญ่มีเส้นทางเชื่อมภาคอีสาน แถมเป็นที่ตั้ง ม.นเรศวร แต่มีห้างแค่โลตัส-บิ๊กซี คาดกลยุทธ์คลุมตลาดเชื่อมภาคอีสาน หลังเปิดตัวเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานีและขอนแก่นไปก่อนหน้านี้
แหล่งข่าวจากเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ อ้างแหล่งข่าวจากนายวิมล พรพ่วง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลายชุมพล อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่าน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้มายื่นเรื่องขอก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่สูง 3 ชั้น บนถนนสิงหวัตน์ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก
สถานที่ก่อสร้างอยู่บนที่ดิน 104 ไร่ ที่ประมูลซื้อจากบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) จำนวน 80 ไร่ ในราคา 5,000 บาทต่อตารางวา และซื้อต่อชาวบ้านอีก 28 ไร่ แต่ทางเทศบาลฯ ไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้างได้ เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงได้ส่งหนังสือผ่านไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพิจารณาเห็นชอบ
แหล่งข่าวจากจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดฯ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กลุ่มเซ็นทรัลยื่นแบบก่อสร้างเซ็นทรัลพลาซา พิษณุโลก 3 ชั้นบนพื้นที่ 100,000 ตารางกิโลเมตร แต่เจ้าของพื้นที่ไม่มีอำนาจอนุมัติ รอผู้ว่าฯ พิษณุโลกชี้ขาด เหตุอาจมีปัญหาการใช้ประโยชน์พื้นที่เกินเงื่อนไขโซนสีเหลือง ชี้พิษณุโลกเป็นเมืองใหญ่มีเส้นทางเชื่อมภาคอีสาน แถมเป็นที่ตั้ง ม.นเรศวร แต่มีห้างแค่โลตัส-บิ๊กซี คาดกลยุทธ์คลุมตลาดเชื่อมภาคอีสาน หลังเปิดตัวเซ็นทรัล พลาซา อุดรธานีและขอนแก่นไปก่อนหน้านี้</strong></p>
<p><span id="more-31"></span>แหล่งข่าวจากเว็บไซต์เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ อ้างแหล่งข่าวจากนายวิมล พรพ่วง นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพลายชุมพล อ.เมืองฯ จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่าน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้มายื่นเรื่องขอก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่สูง 3 ชั้น บนถนนสิงหวัตน์ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก</p>
<p>สถานที่ก่อสร้างอยู่บนที่ดิน 104 ไร่ ที่ประมูลซื้อจากบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) จำนวน 80 ไร่ ในราคา 5,000 บาทต่อตารางวา และซื้อต่อชาวบ้านอีก 28 ไร่ แต่ทางเทศบาลฯ ไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้างได้ เนื่องจากเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ จึงได้ส่งหนังสือผ่านไปยังโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพิจารณาเห็นชอบ</p>
<p>แหล่งข่าวจากจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัดฯ ได้รับหนังสือขออนุญาตสร้างห้างสรรพสินค้า 3 ชั้นของเซ็นทรัลฯ ขนาดเนื้อที่ใช้สอย 100,000 ตารางเมตรแล้ว แต่ในหนังสือดังกล่าวไม่ได้ระบุชัดเจนว่า มีห้างดิสเคานต์สโตร์อยู่ภายในด้วยหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในการใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเหลือง (ชุมชนหนาแน่น) ซึ่งอยู่ในบล็อกที่ดินแปลง 400 ไร่กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินนอกเหนือเกษตรกรรมเพียงร้อยละ 10 ซึ่ง ณ วันนี้ ก็ถือว่าพื้นที่แปลงใช้ประโยชน์เต็มพื้นที่แล้วตามกฎหมายผังเมืองเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตที่อยู่อาศัย แต่ตามกฎหมายผังเมืองฉบับใหม่ยังไม่ได้ประกาศใช้ ทำให้ ณ วันนี้ต้องบังคับใช้ประกาศของจังหวัดพิษณุโลกควบคุม ซึ่งผู้ว่าฯ ดูแล หรือเป็นผู้ลงนามอนุมัติเท่านั้น และจะต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารอีกด้วย<br />
      <br />
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กลุ่มเซ็นทรัลฯ ได้ทำหนังสือขอความเห็นต่อจังหวัดพิษณุโลกแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งได้มีการตอบไปว่า ควรสร้างห้างสรรพสินค้าโซนตะวันออกของเมืองหรือบริเวณสี่แยกอินโดจีน เนื่องจากเป็นเขตเศรษฐกิจใหม่ และไม่เห็นด้วยกับการสร้างห้างในเขต ต.บ้านคลอง หรือ ต.พลายชุมพล เนื่องจากเป็นเขตที่อยู่อาศัยชุมชนหนาแน่น จะมีปัญหาระบบไฟฟ้าและน้ำประปาตามมา<br />
      <br />
นอกจากนี้ ยังต้องทำหนังสือสอบถามไปยังแขวงการทางพิษณุโลก และชลประทานพิษณุโลกว่า เห็นชอบด้วยหรือไม่ เพราะพื้นที่ 104 ไร่ของห้างฯ อยู่ใกล้เขตพื้นที่สีเขียว อยู่ห่างคลองชลประทานเพียง 500 เมตร กรณีห้างเกิดขึ้นจริง ย่อมมีบ้านเรือน อาคารพาณิชย์ขยายเป็นชุมชมเพิ่มขึ้นตามมา จะแก้ปัญหาไม่จบ<br />
      <br />
ก่อนหน้านี้ กลุ่มเซ็นทรัลฯ พยายามติดต่อซื้อที่ดินแปลงใหญ่ในเขตธุรกิจทำเลทองฝั่งตะวันออกก่อนถึงสี่แยกอินโดจีน ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินแพงสุดของพิษณุโลก(ตารางวาละ 60,000 บาท) แต่ไม่สามารถรวบรวมที่ดินแปลงใหญ่ได้ เนื่องจากเจ้าของเดิมขายไม่หมด กระทั่งสุดท้ายกลุ่มเซ็นทรัลประมูลซื้อที่ดินจากสถาบันการเงิน(หนี้เสีย) บริเวณ ต.พลายชุมพลได้ในที่สุด</p>
<p>ที่ดินบริเวณ ต.พลายชุมพล และ ต.บ้านคลอง อ.เมือง พิษณุโลกเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยชุมชนหนาแน่นชานเมือง(ฝั่งตะวันตก) บนเส้นทางไปจังหวัดสุโขทัย ทันทีที่กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนาได้ซื้อที่ดินตรงข้ามหมู่บ้านพิษณุโลกเมืองใหม่กลุ่มนักธุรกิจในตัวเมืองพิษณุโลกเริ่มขยับ ติดต่อซื้อขายที่ดินดักความเจริญของห้างดัง ราคาเฉลี่ยตารางวาละ 1.5 หมื่นบาทขึ้นไปจนถึงไร่ละ 6 ล้านบาท</p>
<p>สำหรับจังหวัดพิษณุโลก เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจที่สำคัญ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของสถานที่ราชการ และสถานศึกษาที่มีมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐชื่อดัง และเป็นช่องทางในการคมนาคมระหว่างภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (ถนนมิตรภาพ) เป็นเส้นทางคมนาคมสายหลัก ปัจจุบันห้างสรรพสินค้าจากกรุงเทพฯ ที่มาเปิดมีเพียงเทสโก้โลตัส และบิ๊กซีเท่านั้น</p>
<p>การที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาก่อสร้างศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซ่า พิษณุโลกในครั้งนี้ ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการคลุมตลาดภาคเหนือตอนล่างร่วมกับอีสาน หรือ Dominate Strategy โดยก่อนหน้านี้ได้ซื้อกิจการศูนย์การค้าเจริญศรีคอมเพล็กซ์ จ.อุดรธานี ทำการปรับปรุงมาเป็น เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี มาตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2552 ก่อนที่จะเปิดตัวศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=31</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จับกุมมือฆ่าอาจารย์บัญชี ม.เกษตรกลางสวนรถไฟ</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=29</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=29#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 10:19:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[ตำรวจรวบมือฆ่าอาจารย์คณะบัญชี ม.เกษตร หลังหนีกบดานที่สกลนครก่อนตำรวจลากคอมาดำเนินคดี สารภาพผูกใจเจ็บที่เคยถูกจี้ชิงทรัพย์มาก่อน อ้างลงมือเพราะบันดาลโทสะที่ถูกผู้ตายลวนลามก่อนตกลงราคา ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อเหตุมาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่เหยื่อไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวอับอาย ตำรวจนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มจากตกลงราคาแล้วเล่นทีเผลอใช้เหล็กแป๊บที่ซ่อนไว้ตีหัวจนแน่นิ่ง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญบืนอนันต์ ผกก.สส.บก.น.2 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายวิษณุ บัวลอย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.1 ต.โพนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำที่ใส่ในวันก่อเหตุ และท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ซม. ยาว 45 ซม. โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเกิดของผู้ต้องหา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ตำรวจรวบมือฆ่าอาจารย์คณะบัญชี ม.เกษตร หลังหนีกบดานที่สกลนครก่อนตำรวจลากคอมาดำเนินคดี สารภาพผูกใจเจ็บที่เคยถูกจี้ชิงทรัพย์มาก่อน อ้างลงมือเพราะบันดาลโทสะที่ถูกผู้ตายลวนลามก่อนตกลงราคา ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อเหตุมาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่เหยื่อไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวอับอาย ตำรวจนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มจากตกลงราคาแล้วเล่นทีเผลอใช้เหล็กแป๊บที่ซ่อนไว้ตีหัวจนแน่นิ่ง</strong></p>
<p><span id="more-29"></span>ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญบืนอนันต์ ผกก.สส.บก.น.2 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายวิษณุ บัวลอย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.1 ต.โพนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำที่ใส่ในวันก่อเหตุ และท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ซม. ยาว 45 ซม. โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเกิดของผู้ต้องหา</p>
<p>การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เวลประมาณ 00.30 น. ได้มีคนร้ายใช้ท่อนเหล็กเป็นอาวุธ ตีนายสราวุฒิ เลิศมาลัยมาลย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/136 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เสียชีวิต ที่บริเวณสวนรถไฟ ถ.กำแพงเพชร 3 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของประชาชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางซื่อ และ กก.สส.บก.น.2 จึงได้เร่งสืบหาตัวคนร้ายจนกระทั่งทราบว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือนายวิษณุ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน</p>
<p>จากการสอบสวนนายวิษณุ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้ามาพูดคุยเรื่องเซ็กส์ โดยบอกว่าจะขอให้ตนไปหลับนอนด้วย ตนจึงเสนอราคา 2,000 บาท แต่ผู้ตายกลับลวนลามโดยไม่ได้พูดเรื่องเงิน ตนจึงบันดาลโทสะใช้เหล็กท่อนตีเข้าไปศีรษะผู้ตาย 2 ครั้ง จนล้มลงไป ยอมรับว่าที่ทำไปเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อเห็นว่าผู้ตายแน่นิ่งไปจึงใช้โทรศัพท์ของผู้ตายโทรแจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 และนำเงินที่ได้บางส่วนไปบริจาคให้กับเด็กพิการ ก่อนนำโทรศัพท์มือถือไปขายที่บ้านเกิด ได้เงินมา 2,000 บาท โดยตนเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3-4 ครั้ง</p>
<p>ทั้งนี้ นายวิษณุอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเคยถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้เมื่อหลายเดือนก่อนที่ จ.สมุทรปราการ จึงผูกใจเจ็บและมาก่อเหตุขึ้นในบริเวณดังกล่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวกลุ่มชายรักร่วมเพศมักมารวมตัวกัน โดยทำงานเป็นพนักงานยกสินค้าในโกดังของบริษัทแห่งหนึ่ง</p>
<p>เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น. ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้เหล็กตีนายคำพันธ์ เชียงสาวงศ์ อายุ 27 ปี บาดเจ็บ แล้วเอาโทรศัพท์มือถือและบัตรเครดิต 1ใบ และวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 22.00 น. ก่อเหตุใช้เหล็กตีนายศุภกฤต ไชยเมือง อายุ 31 ปี บาดเจ็บ และนำโทรศัพท์มือถือ และบัตรเอทีเอ็มไป 1 ใบ โดยผู้เสียหายไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความอับอาย</p>
<p>ต่อมา พล.ต.ต.สาโรจน์, พ.ต.อ.เจริญ และพ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายกก.สืบสวน บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ควบคุมตัวนายวิษณุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณริมบึง ภายในสวนรถไฟ กม.11 แขวงจอมพล เขตจตุจักร</p>
<p>โดยเริ่มจากจุดแรกบริเวณริมทางเท้าที่นายวิษณุเจอนายสราวุฒิผู้ตาย นั่งอยู่หน้ารถพบรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ภศ-5191 กทม.ของตัวเอง จากนั้นก็เป็นจุดที่สองที่ทั้งคู่พากันข้ามรั้วลวดหนามเข้าไปตกลงราคากันบริเวณริมบึง เมื่อผู้ตายเผลอนายวิษณุ ก็ผลักผู้ตายล้มลงไป ก็จะหยิบเหล็กแป๊บที่ซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้ขึ้นตีผู้ตายจนแน่นิ่งไป<br />
      <br />
จากนั้นนายวิษณุ ได้กลับเข้ามาที่รถของผู้ตายเพื่อรื้อค้นทรัพย์สิน ก่อนจะขับรถของผู้ตายออกจากจุดเกิดเหตุออกไปได้ประมาณ 100 เมตร แต่รถเกิดเสียขับต่อไปไม่ได้ ทำให้นายวิษณุ ต้องลงมาจากรถเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่บริเวณริมถนนเพื่อให้มาช่วยเข็นรถ ก่อนที่จะเรียกแท็กซี่สีฟ้าหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุกลับไปบ้านเกิดจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว<br />
      <br />
นายวิษณุ รับสารภาพด้วยว่า ตนทำงานเป็นพนักงานแผนกสโตร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง และไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศหรือพวกรักร่วมเพศที่มาขายบริการในบริเวณที่เกิดเหตุแต่อย่างใด แต่ตั้งใจมาดักชิงทรัพย์เหยื่อในบริเวณนี้อยู่แล้ว หากเหยื่อทำทีเข้ามาขอซื้อบริการก็จะลวงเข้าไปริมบึง แล้วทำร้ายร่างกายก่อนชิงทรัพย์ไป โดยทำมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาก็จะนำไปใช้ส่วนตัว และแบ่งช่วยเหลือคนชรา หรือคนพิการ เพราะความสงสาร</p>
<p>สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนายสราวุฒิ กลางดึกของวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเหลือในพงหญ้า สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้ม ใส่กางเกงผ้าร่มขาสั้นสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลเปิดที่กกหูขวา ใกล้กันพบเหล็กแป๊บแบบตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 50 ซม. รองเท้าแตะแบบสวมยี่ห้อแอดด้า สีดำ 1 คู่ ซองถุงยางอนามัยแกะแล้ว 1 ชิ้น และถุงยางอนามัยใช้แล้ว1 อัน</p>
<p>จากการตรวจสอบในกระเป๋ากางเกงของผู้ตาย พบกระดาษชำระและถุงยางอนามัยยังไม่ได้ใช้งานอีก 3 ชิ้น ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภศ 5191 กทม. จอดทิ้งไว้ข้างทาง โดยภายในรถพบคราบเลือดเล็กน้อย</p>
<p>หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ได้ลงพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามพยานแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มคนรักร่วมเพศที่มักมามั่วสุมบริเวณนี้ทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างสูง ผมยาว นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบคดีทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระแวกดังกล่าวด้วย ซึ่งพบว่าก่อนเกิดเหตุกับนายสราวุฒินั้นได้มีผู้เสียหายเป็นชายถูกตีด้วยท่อนเหล็ก และชิงทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความอับอาย</p>
<p>แต่ก็มีอยู่รายหนึ่งที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล สาขาสะพานควาย ตำรวจจึงเข้าไปสอบปากคำพบว่าผู้ต้องสงสัยคดีนี้มีรูปพรรณสัณฐานตรงกันจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและประสานพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ขออนุมัติหมายจับชายตามภาพสเก็ตช์ดังกล่าว กระทั่งสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาได้หลังหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สกลนคร</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=29</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>”วิทยากร เชียงกูล” ชี้ไทยล้มเหลวการศึกษา เยาวชนมุ่งแต่ปริญญา</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=27</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=27#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 16:02:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=27</guid>
		<description><![CDATA[เจ้าของกวี “ฉันจึงมาหาความหมาย” คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวในวงเสวนาปฏิรูปการศึกษา ชี้ทุ่มงบเยอะแต่ได้ผลน้อย คุณภาพการสอนยังท่องตำรา จบออกมาก็คิดอะไรไม่เป็น หนำซ้ำกระจายอำนาจลงท้องถิ่นก่อให้เกิดการเมืองไปถึงครูอาจารย์ วิ่งเต้นเข้าสู่อำนาจ ส่วนเยาวชนบ้าเห่อใบปริญญา จบออกมาไม่ตรงกับตลาดงาน แนะให้เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย ระบบแพ้คัดออกควรพิจารณา
ที่ห้องภาณุรังษี โรงแรมรอยัลริเวอร์ ถนนสิรินธร คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จัดการสัมมนาเรื่อง “ทศวรรษที่สองของการปฏิรูปการศึกษา : ปัญหาและทางออก” ทั้งนี้ในวงเสวนาเรื่อง “ทิศทางข้างหน้าการศึกษาไทย” โดยรศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การศึกษาในปัจจุบันนี้จะแก้ปัญหาแบบประนีประนอมในวงราชการ ซึ่งไม่ตรงประเด็น และที่ถือเป็นเรื่องยาก
สำหรับการแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทยคือ การจัดการศึกษาให้มีความเสมอภาค ทั่วถึง มีการทุ่มงบเยอะ แต่ได้ผลสำเร็จกลับคืนมาน้อย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์แห่งความล้มเหลวของการศึกษาไทยมานาน อย่างนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีประโยชน์แต่คิดว่ายังไม่พอ ต้องดูถึงคุณภาพการสอนเพราะยังมีการสอนแบบเก่าอยู่ เน้นท่องจากตำรา ทำให้เด็กคิดไม่เป็น เพราะในโลกสมัยใหม่การที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยออกมาแล้วทำอะไรไม่ได้ คิดไม่เป็น ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อการพัฒนาประเทศ
      
สำหรับการแก้ปัญหานั้นคาดหมายว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายกรัฐมนตรี ที่ใส่ใจด้านการศึกษาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่พออีกเช่นกัน เพราะหากดูจากระบบราชการแบบรวมศูนย์ยังมีปัญหามาก การกระจายอำนาจสู่สำนักงานพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ละจังหวัดนั้น การเลือกตั้งผู้แทนครูกลายเป็นการวิ่งเต้นเข้าสู่อำนาจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เจ้าของกวี “ฉันจึงมาหาความหมาย” คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวในวงเสวนาปฏิรูปการศึกษา ชี้ทุ่มงบเยอะแต่ได้ผลน้อย คุณภาพการสอนยังท่องตำรา จบออกมาก็คิดอะไรไม่เป็น หนำซ้ำกระจายอำนาจลงท้องถิ่นก่อให้เกิดการเมืองไปถึงครูอาจารย์ วิ่งเต้นเข้าสู่อำนาจ ส่วนเยาวชนบ้าเห่อใบปริญญา จบออกมาไม่ตรงกับตลาดงาน แนะให้เริ่มตั้งแต่ปฐมวัย ระบบแพ้คัดออกควรพิจารณา</strong></p>
<p><span id="more-27"></span>ที่ห้องภาณุรังษี โรงแรมรอยัลริเวอร์ ถนนสิรินธร คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จัดการสัมมนาเรื่อง “ทศวรรษที่สองของการปฏิรูปการศึกษา : ปัญหาและทางออก” ทั้งนี้ในวงเสวนาเรื่อง “ทิศทางข้างหน้าการศึกษาไทย” โดยรศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า การศึกษาในปัจจุบันนี้จะแก้ปัญหาแบบประนีประนอมในวงราชการ ซึ่งไม่ตรงประเด็น และที่ถือเป็นเรื่องยาก</p>
<p>สำหรับการแก้ปัญหาระบบการศึกษาไทยคือ การจัดการศึกษาให้มีความเสมอภาค ทั่วถึง มีการทุ่มงบเยอะ แต่ได้ผลสำเร็จกลับคืนมาน้อย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์แห่งความล้มเหลวของการศึกษาไทยมานาน อย่างนโยบายเรียนฟรี 15 ปี มีประโยชน์แต่คิดว่ายังไม่พอ ต้องดูถึงคุณภาพการสอนเพราะยังมีการสอนแบบเก่าอยู่ เน้นท่องจากตำรา ทำให้เด็กคิดไม่เป็น เพราะในโลกสมัยใหม่การที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยออกมาแล้วทำอะไรไม่ได้ คิดไม่เป็น ก็ไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อการพัฒนาประเทศ<br />
      <br />
สำหรับการแก้ปัญหานั้นคาดหมายว่าจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายกรัฐมนตรี ที่ใส่ใจด้านการศึกษาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่พออีกเช่นกัน เพราะหากดูจากระบบราชการแบบรวมศูนย์ยังมีปัญหามาก การกระจายอำนาจสู่สำนักงานพื้นที่การศึกษา (สพท.) แต่ละจังหวัดนั้น การเลือกตั้งผู้แทนครูกลายเป็นการวิ่งเต้นเข้าสู่อำนาจ โดยมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยลืมมองไปถึงการทำหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของครูส่วนใหญ่<br />
      <br />
“การกระจายอำนาจไปสู่ต่างจังหวัด ไปยังองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งความจริงแล้ว สพท.ต้องเป็นอิสระไม่ใช่ระบบราชการ และเอาหน่วยงาน ภาคีเครือข่ายเข้ามาประสานงานร่วมกัน ไม่ใช่มีแต่ระบบวิ่งเต้น เส้นสาย ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ในส่วนผู้ปกครอง ชอบเรียนฟรี แต่ความจริงแล้วต้องเรียกร้องคุณภาพให้มากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้เรียนกันแทบตายแต่ลูกจบมากลับว่างงาน เราเอาแต่บ้าเห่อใบปริญญา ในขณะที่ตลาดแรงงานกลับขาดแคลนวิชาชีพช่างฝีมือ อาชีวะ ดังนั้นจึงขาดสมดุล อีกทั้งการศึกษาก็เน้นแต่กระบวนการสอน เน้นคะแนนสอบ เนื้อหายัดทุกอย่างอยู่ในหลักสูตรซึ่งตรงนี้ถือว่าไม่ได้ผล จึงต้องมีการทบทวนอย่างจริงจัง”</p>
<p>ทั้งนี้ ในส่วนการพัฒนาเด็กนั้นต้องเน้นตั้งแต่ปฐมวัย ถ้าเด็กฉลาด เด็กตั้งข้อสงสัยในห้องเรียนมากๆ ก็จะทำให้ครูผู้สอนต้องปรับตัวหากถามในอะไรที่ครูตอบไม่ได้ ซึ่งครูเองก็จะได้พัฒนาตัวเองด้วย แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้นหากครูไม่สอนเด็กก็ดีใจ เพราะจะได้ไม่ต้องเรียน นอกจากนี้ เรื่องของระบบแพ้คัดออก เด็กบางคนไม่สามารถปรับตัวได้ ซึ่งชั้นเรียนไม่ควรใหญ่เกินไป และโรงเรียนเองต้องมีระบบการช่วยเหลือติดตามเด็กที่มีปัญหาด้วย ไม่ใช่เอาใจแต่เด็กเก่งอย่างเดียว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=27</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ร้านสเต็กต้นเหตุ ไฟไหม้โรงอาหารกลาง มธ.ศูนย์รังสิต</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=25</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=25#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Sep 2009 20:15:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=25</guid>
		<description><![CDATA[ลูกโดมหนีตายอลหม่าน ไฟไหม้โรงอาหารกลาง มธ.ศูนย์รังสิต วอดเกือบทั้งหลัง ต้นเหตุมาจากร้านสเต็กชื่อดัง บี.เค.เค.กริลล์ ขณะเปิดเตาแก๊ส น้ำมันที่ค้างอยู่ในปล่องระบายอากาศบนหลังคา หยดใส่ไฟลุกพรึ่บ เจ้าหน้าที่สั่งปิดห้ามเข้าเกรงหลังคาอาคารถล่มลงมา ต้นสายปลายเหตุเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยปล่อยปะละเลย ไม่ได้ล้างปล่องควันมานานกว่า 5 เดือนจนคราบน้ำมันเกาะแน่น จากที่ก่อนหน้านี้สามเดือนล้างครั้งหนึ่ง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้โรงอาหารกลาง ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) เลขที่ 99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลง และเทศบาลเมืองคลองหลวง จำนวน 10 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองวิทยาการเขต 11
ที่เกิดเหตุเป็นศูนย์อาหารขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัยฯ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อาคารโรงอาหารอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้น้ำและโฟมเคมีฉีดสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกไหม้ลามไปยังอาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัยฯ โดยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยฯ ประมาณ 50 คนต่างวิ่งหนีตายออกมาจากโรงอาหารกันอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้
เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการระบุว่าต้นเพลิงได้ลุกลามมาจากร้านสเต็กที่ชื่อ บีเคเค กริลล์ ภายในโรงอาหารกลาง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ลูกโดมหนีตายอลหม่าน ไฟไหม้โรงอาหารกลาง มธ.ศูนย์รังสิต วอดเกือบทั้งหลัง ต้นเหตุมาจากร้านสเต็กชื่อดัง บี.เค.เค.กริลล์ ขณะเปิดเตาแก๊ส น้ำมันที่ค้างอยู่ในปล่องระบายอากาศบนหลังคา หยดใส่ไฟลุกพรึ่บ เจ้าหน้าที่สั่งปิดห้ามเข้าเกรงหลังคาอาคารถล่มลงมา ต้นสายปลายเหตุเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยปล่อยปะละเลย ไม่ได้ล้างปล่องควันมานานกว่า 5 เดือนจนคราบน้ำมันเกาะแน่น จากที่ก่อนหน้านี้สามเดือนล้างครั้งหนึ่ง</strong></p>
<p><span id="more-25"></span>เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 กันยายน พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้โรงอาหารกลาง ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) เลขที่ 99 หมู่ 18 ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองท่าโขลง และเทศบาลเมืองคลองหลวง จำนวน 10 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองวิทยาการเขต 11</p>
<p>ที่เกิดเหตุเป็นศูนย์อาหารขนาดใหญ่ของมหาวิทยาลัยฯ พบว่าเปลวไฟกำลังโหมลุกไหม้อาคารโรงอาหารอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้น้ำและโฟมเคมีฉีดสกัดเพื่อไม่ให้เพลิงลุกไหม้ลามไปยังอาคารต่างๆ ของมหาวิทยาลัยฯ โดยมีนักศึกษามหาวิทยาลัยฯ ประมาณ 50 คนต่างวิ่งหนีตายออกมาจากโรงอาหารกันอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลากว่า 30 นาทีจึงควบคุมเพลิงไว้ได้</p>
<p>เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยาการระบุว่าต้นเพลิงได้ลุกลามมาจากร้านสเต็กที่ชื่อ บีเคเค กริลล์ ภายในโรงอาหารกลาง โดยสอบสวนนางเกษร นุ่มอิน อายุ 33 ปี ให้การว่าร้านดังกล่าวเป็นของนายสหรัฐ กฤษฎาชาตรี โดยตนเป็นแม่ครัว ก่อนเกิดเหตุตนและพนักงานอยู่ในร้าน 3 คน ซึ่งขณะที่ตนกำลังเปิดไฟเตาแก๊ส เพื่อเตรียมจะทำอาหารให้กับลูกค้าอยู่นั้นได้มีหยดน้ำมันที่เกาะติดกับท่อดูดปล่องควันด้านบนหลังคา ได้หยดลงมาโดนไฟเตาแก๊ส และเกิดไฟลุกลามขึ้นไปบนปล่องดูดควันอย่างรวดเร็ว</p>
<p>ตนและพนักงานที่เหลือจึงช่วยกันใช้ถังดับเพลิงและน้ำฉีดสกัดแต่ไม่ทันจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาช่วยอีกแรงแต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงจึงได้แจ้งเจ้าหน้าดับเพลิงมาระงับเพลิงดังกล่าว</p>
<p>พ.ต.ท.วิเชียร เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเพลิงได้ลุกลามจากร้านดังกล่าวอย่างรวดเร็วเพราะเนื่องจากหลังคาโรงอาหารมีลักษณะเป็นโฟมกันความร้อนส่วนเก้าอี้เป็นพลาสติกและไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ซึ่งค่าเสียทางมหาวิทยาลัยยังไม่สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้ ทราบว่าขณะเกิดเหตุได้มีนักศึกษามานั่งรับประทานอาหารกว่า 50 คนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอดไปได้ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งปิดศูนย์อาหารชั่วคราวเพราะเกรงว่าหลังคาจะถล่มลงมา</p>
<p>สาเหตุน่าจะเกิดจากการประมาทของแม่ครัวและทางมหาวิทยาลัยที่ไม่มาทำความสะอาด ปล่องควันดูดอากาศของทางร้านต่างๆ ซึ่งทราบว่าทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมาทำความสะอาดสามเดือนต่อครั้ง แต่ผ่านมากว่าห้าเดือนทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ดำเนินการล้างทำความสะอาดปล่องดูดควัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนและแจ้งข้อหากับผู้เกี่ยวข้องต่อไป</p>
<p>อนึ่ง สำหรับโรงอาหารกลางภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ตั้งอยู่บริเวณถนนตลาดวิชา ตรงข้ามกับอาคารสำนักงานอธิการบดี ถือเป็นจุดนัดพบหลักของนักศึกษาที่นี่ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของอาคารกิจกรรมนักศึกษา และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นรวมกัน ซึ่งภายหลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ นักศึกษาต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมองว่าโรงอาหารที่มีคนเข้ามาใช้บริการน้อยกว่าอาจจะเป็นจุดนัดพบแทน เช่น โรงอาหารเอสซี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=25</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เติมเงินทรูมูฟตู้โทรศัพท์ไฟดูด บริษัทขอชดเชยแค่ห้าพัน</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=23</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=23#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Sep 2009 19:21:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=23</guid>
		<description><![CDATA[แม่ค้าน้ำสมุนไพรวานลูกสาวไปตู้โทรศัพท์เติมเงินค่าโทรทรูมูฟ ร้องกรี๊ดเสียงดังขณะอยู่ในตู้สภาพยืนนิ่งพูดไม่ได้ หามเข้าไอซียูอาการโคม่า ผลรอดชีวิตแต่ติดหนี้ค่ารักษาเกือบแสน เจ้าหน้าที่ทรูฯ ขอพบที่โรงพยาบาล รับปากชดเชยแต่เรื่องเงียบ หลังแจ้งความเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ขอไกล่เกลี่ยเสนอให้แค่ห้าพัน ท้าเอาเรื่องยังไงก็จ่ายแค่นี้ ด้านลูกสาวเปลี่ยนไปหลังออกจากโรงพยาบาล สมองหลงลืม วิ่งไม่ได้เกรงหัวใจมีปัญหา พบตู้โทรศัพท์เจ้าปัญหาไม่มีสายดิน คนแห่ไฟดูดแต่ไม่ร้ายแรงขนาดนี้ ภายหลังวัวหายล้อมคอก เจ้าหน้าที่ฯ ทำกลบเกลื่อนต่อสายดินตามฟอร์ม
นางชลลดา ธนารีย์ฐิติชญา แม่ค้าขายน้ำสมุนไพรปากซอยเพชรเกษม 55/1 กล่าวว่า น.ส.มุขสุดา หรือน้องมุข จันทร์ศรัทธาวุฒิ อายุ 15 ปี ลูกสาว นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ ถูกกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลจากตู้โทรศัพท์ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดูดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาพุทธมณฑลสาย 2 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบจากทางบริษัท
นางชลลดากล่าวว่า  เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้ใช้ให้ลูกสาวไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือระบบทรูมูฟ ผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าว แต่จู่ๆ ลูกสาวร้องกรี๊ดเสียงดังมาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>แม่ค้าน้ำสมุนไพรวานลูกสาวไปตู้โทรศัพท์เติมเงินค่าโทรทรูมูฟ ร้องกรี๊ดเสียงดังขณะอยู่ในตู้สภาพยืนนิ่งพูดไม่ได้ หามเข้าไอซียูอาการโคม่า ผลรอดชีวิตแต่ติดหนี้ค่ารักษาเกือบแสน เจ้าหน้าที่ทรูฯ ขอพบที่โรงพยาบาล รับปากชดเชยแต่เรื่องเงียบ หลังแจ้งความเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ขอไกล่เกลี่ยเสนอให้แค่ห้าพัน ท้าเอาเรื่องยังไงก็จ่ายแค่นี้ ด้านลูกสาวเปลี่ยนไปหลังออกจากโรงพยาบาล สมองหลงลืม วิ่งไม่ได้เกรงหัวใจมีปัญหา พบตู้โทรศัพท์เจ้าปัญหาไม่มีสายดิน คนแห่ไฟดูดแต่ไม่ร้ายแรงขนาดนี้ ภายหลังวัวหายล้อมคอก เจ้าหน้าที่ฯ ทำกลบเกลื่อนต่อสายดินตามฟอร์ม</strong></p>
<p><span id="more-23"></span>นางชลลดา ธนารีย์ฐิติชญา แม่ค้าขายน้ำสมุนไพรปากซอยเพชรเกษม 55/1 กล่าวว่า น.ส.มุขสุดา หรือน้องมุข จันทร์ศรัทธาวุฒิ อายุ 15 ปี ลูกสาว นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนราชวินิตบางแคปานขำ ถูกกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหลจากตู้โทรศัพท์ของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ดูดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณหน้าร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาพุทธมณฑลสาย 2 แขวงและเขตบางแค กรุงเทพฯ แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบจากทางบริษัท</p>
<p>นางชลลดากล่าวว่า  เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนได้ใช้ให้ลูกสาวไปเติมเงินโทรศัพท์มือถือระบบทรูมูฟ ผ่านตู้โทรศัพท์สาธารณะดังกล่าว แต่จู่ๆ ลูกสาวร้องกรี๊ดเสียงดังมาก ตนและคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันวิ่งไปดูพบลูกสาวของตนยืนนิ่งพูดไม่ได้ เหมือนเป็นอัมพาตต้องรอพักใหญ่จึงได้สติและบอกกับตนว่าถูกไฟฟ้าจากตู้โทรศัพท์ดูดที่แขนซ้าย</p>
<p>หลังจากนั้นลูกสาวก็มีอาการอ่อนเพลียจนแทบยืนไม่อยู่ ตนต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลนครธน แพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วนโดยส่งเข้าห้องไอซียูทันที โดยแพทย์บอกกับตนว่าลูกสาวอาการอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงต้องปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่องตลอดคืน เพราะหัวใจเต้นช้ามาก เกรงว่าออกซิเจนจะไปเลี้ยงสมองไม่ทัน หลังจากรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2 วันก็กลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน แต่อาการก็ยังไม่หายดีต้องเข้าออกโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง โดยที่ตนต้องออกค่ารักษาเองทั้งหมดเกือบ 100,000 บาท</p>
<p>หลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของบริษัท ทรูฯ มาพบตนที่โรงพยาบาล และรับปากว่าจะแจ้งทางบริษัทเพื่อชดเชยค่ารักษาให้ แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ตนรู้สึกว่าได้รับความเสียหายจึงเข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.ธีรเดช กาญวิจิตร พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน. เพชรเกษมไว้แล้ว หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทฯ โทรศัพท์มาหาพูดจาแบบไม่ค่อยดี กล่าวจะชดเชยค่าเสียหายให้แค่ 5 พันบาท เมื่อถามไปว่าชีวิตลูกสาวตนมีค่าแค่ 5 พันบาทเท่านั้นหรอ เขาทำเสียงไม่พอใจแล้ววางสายไป</p>
<p>ล่าสุดทางบริษัทฯ มาขอไกล่เกลี่ยแต่ยังยืนยันที่จะให้ค่ารักษาเพียง 5 พันบาทเท่าเดิม ถ้าไม่เอาจะไปดำเนินเรื่องยังไงก็เรื่องของตน ทางบริษัทฯ จะจ่ายแค่ 5 พันเท่านั้น แล้วก็เดินทางกลับไป ซึ่งตนเสียความรู้สึกกับการกระทำของพนักงานบริษัทนี้มาก</p>
<p>ตนทราบมาอีกว่าตู้โทรศัพท์ที่เกิดเหตุนี้เคยมีคนถูกไฟฟ้าช๊อตมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีการแจ้งความเพราะโดนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากลูกตนโดนไฟช็อต ตนก็ได้ไปตรวจดูที่ตู้โทรศัพท์แห่งนั้น ก็พบว่าไม่มีการต่อสายดินแต่อย่างใด แต่หลังจากนั้นไม่นานทางเจ้าหน้าที่ก็รีบมาทำสายดินเพื่อกลบเกลื่อนทันที</p>
<p>ด้าน น.ส.มุขสุดา กล่าวว่า ทุกวันนี้ตนต้องเข้ารักษาโรงพยาบาลบ่อยมาก ส่วนร่างกายด้านซ้ายที่โดนไฟช็อตก็ยังรู้สึกอ่อนแรงอยู่ บางครั้งก็รู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้า จนแทบยืนไม่อยู่ ส่วนเรื่องความจำบางครั้งก็กลายเป็นคนขี้หลงขี้ลืม นอกจากนี้ ตนเคยเป็นคนชอบวิ่งออกกำลังกายประจำ แต่ตอนนี้ไม่สามารถที่จะวิ่งได้เพราะกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องหัวใจ ซึ่งตนรู้สึกสงสารแม่มากที่ต้องมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลมากขนาดนี้ ส่วนที่ออกมาร้องเรียนก็เพราะพวกตนต้องการความเป็นธรรมเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=23</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ร็อบสัน” มาแว้ว เปิดตัวพุธนี้ “บังยี” ยันสมาคมควักตังค์เอง</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=21</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=21#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 16:30:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=21</guid>
		<description><![CDATA[ไบรอัน ร็อบสัน อดีตนักเตะและกุนซือเดินทางจากอังกฤษถึงเมืองไทยแล้ว พร้อมเปิดตัวคู่กับ “สามีโพไซดอน” รับค่าเหนื่อยปีละ 56 ล้าน นายกสมาคมลูกหนัง &#8220;บังยี&#8221; ยืนยันค่าเหนื่อยสมาคมออกเอง ไม่วายขอรับจ๊อบทูตผีแดงแมนยูฯ ควบไปด้วย
ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไบรอัน ร็อบสัน วัย 52 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 917 ลอนดอน-กรุงเทพฯ ถึงประเทศไทย เมื่อเวลา 15.05 น. ที่ผ่านมา พร้อมกับเดินทางเข้าสู่โรงแรมวี ถนนพญาไท เขตราชเทวี เพื่อเข้าหารือกับนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในเรื่องของการมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย แทนที่ ปีเตอร์ รีด อดีตกุนซือคนก่อนหน้านี้ที่หันไปรับงานผู้ช่วยกุนซือ โทนี พูลิส กับทีมสโต๊ก ซิตี ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ร็อบสันกล่าวกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวที่โรงแรมว่า ตนรู้สึกยินดีมากที่ได้มาประเทศไทยอีกครั้ง และคิดว่างานคุมทีมชาติไทยนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยที่ผ่านมาได้มีการขอข้อมูลผู้เล่นกับ ปีเตอร์ รีด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับทราบว่าทีมไทยมีโอกาสสดใสมากที่จะผ่าน สิงคโปร์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไบรอัน ร็อบสัน อดีตนักเตะและกุนซือเดินทางจากอังกฤษถึงเมืองไทยแล้ว พร้อมเปิดตัวคู่กับ “สามีโพไซดอน” รับค่าเหนื่อยปีละ 56 ล้าน นายกสมาคมลูกหนัง &#8220;บังยี&#8221; ยืนยันค่าเหนื่อยสมาคมออกเอง ไม่วายขอรับจ๊อบทูตผีแดงแมนยูฯ ควบไปด้วย</strong></p>
<p><span id="more-21"></span>ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไบรอัน ร็อบสัน วัย 52 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ เดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 917 ลอนดอน-กรุงเทพฯ ถึงประเทศไทย เมื่อเวลา 15.05 น. ที่ผ่านมา พร้อมกับเดินทางเข้าสู่โรงแรมวี ถนนพญาไท เขตราชเทวี เพื่อเข้าหารือกับนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในเรื่องของการมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติไทย แทนที่ ปีเตอร์ รีด อดีตกุนซือคนก่อนหน้านี้ที่หันไปรับงานผู้ช่วยกุนซือ โทนี พูลิส กับทีมสโต๊ก ซิตี ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ</p>
<p>ร็อบสันกล่าวกับสื่อมวลชนที่เฝ้ารอทำข่าวที่โรงแรมว่า ตนรู้สึกยินดีมากที่ได้มาประเทศไทยอีกครั้ง และคิดว่างานคุมทีมชาติไทยนั้นเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก โดยที่ผ่านมาได้มีการขอข้อมูลผู้เล่นกับ ปีเตอร์ รีด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับทราบว่าทีมไทยมีโอกาสสดใสมากที่จะผ่าน สิงคโปร์ เพื่อลุ้นเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลเอเชียนคัพ 2011 แต่ตนคงยังทำงานในตำแหน่งทูตของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเชื่อว่าคงไม่เป็นปัญหา</p>
<p>ทางด้านนายวรวีร์กล่าวว่า นับเป็นโอกาสที่ดีที่นักเตะทีมชาติไทยจะได้เรียนรู้จาก ร็อบสัน ซึ่งตนคิดว่าแฟนฟุตบอลช่าวไทยต่างก็คงรู้จักตัวของกุนซือคนใหม่ดีอยู่แล้ว ส่วนเรื่องการควบสองตำแหน่งของร็อบสันนั้น คงไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใดในการคุมทีมชาติไทย ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสื่อมวลชนว่าสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย หรือสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ใครเป็นผู้จ่ายค่าจ้างให้กับร็อบสัน นายวรวีร์ย้ำว่าเป็นงบประมาณของสมาคมฯ</p>
<p>&#8220;เรื่องที่มีการถกเถียงกันว่า ทางสมาคมฟุตบอลไทยหรืออังกฤษเป็นคนจ่ายค่าจ้างให้กุนซือทีมชาติไทยนั้น ผมยืนยันได้เลยไม่ว่าจะเป็นตัว ปีเตอร์ รีด หรือ ไบรอัน ร็อบสัน เราเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด ไม่มีส่วนใดเกี่ยวข้องกับฝ่ายอังกฤษอย่างที่ไปสงสัยกัน&#8221;</p>
<p>ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 23 กันยายนนี้ จะมีการแถลงข่าวเปิดตัวร็อบสันเป็นผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ณ โรงแรมเรดิสัน พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย อดีต ส.ส.ชัยนาท พรรคไทยรักไทย สามีของนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์รัฐบาลปัจจุบัน ในฐานะผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยการเดินทางมาคุมทีมชาติไทยในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการเซ็นสัญญากัน 4 ปี พร้อมรับค่าเหนื่อยเทียบเท่า ปีเตอร์ รีด ที่เคยรับอยู่ปีละ 1 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 56 ล้านบาท</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=21</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แกรมมี่เทคโอเวอร์ “มันนี่แชนแนล” กลต.ไม่ปลื้มหวั่นทำช่องเพี้ยน</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=19</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=19#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 16:17:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[หลังคลอดทีวีดาวเทียม 4 ช่อง แกรมมี่หันมาจับมือตลาดหลักทรัพย์รื้อช่อง “มันนี่ แชนแนล” หลับขาดทุนบักโกรกมาแรงปี เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทผลิตรายการครึ่งต่อครึ่ง เปิดโอกาสขายโฆษณากลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร คาดทำกำไรได้เร็ว กลต.หวั่นวัตถุประสงค์เดิมเพี้ยน
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) และผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมกันแถลงข่าวถึงอนาคตของบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด ในเครือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่ผลิตสื่อเพื่อให้ความรู้ทางด้านการลงทุน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม มันนี่ แชนแนล (Money Channel) หลังจากขาดทุนมาโดยตลอดเป็นเวลาเกือบ 5 ปี กระทั่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 50%
นางภัทรียาอธิบายว่า เดิม บ.แฟมมิลี่ โนฮาว มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท แต่มีขาดทุนสะสม 30 ล้านบาท คงเหลือส่วนของผู้ถือหุ้น 20 ล้านบาท ต้องเพิ่มทุนกลับมาเท่าเก่าเป็น 50 ล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ใส่เงินอีก 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>หลังคลอดทีวีดาวเทียม 4 ช่อง แกรมมี่หันมาจับมือตลาดหลักทรัพย์รื้อช่อง “มันนี่ แชนแนล” หลับขาดทุนบักโกรกมาแรงปี เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทผลิตรายการครึ่งต่อครึ่ง เปิดโอกาสขายโฆษณากลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร คาดทำกำไรได้เร็ว กลต.หวั่นวัตถุประสงค์เดิมเพี้ยน</strong></p>
<p><span id="more-19"></span>นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) และผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมกันแถลงข่าวถึงอนาคตของบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด ในเครือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่ผลิตสื่อเพื่อให้ความรู้ทางด้านการลงทุน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม มันนี่ แชนแนล (Money Channel) หลังจากขาดทุนมาโดยตลอดเป็นเวลาเกือบ 5 ปี กระทั่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 50%</p>
<p>นางภัทรียาอธิบายว่า เดิม บ.แฟมมิลี่ โนฮาว มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท แต่มีขาดทุนสะสม 30 ล้านบาท คงเหลือส่วนของผู้ถือหุ้น 20 ล้านบาท ต้องเพิ่มทุนกลับมาเท่าเก่าเป็น 50 ล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ใส่เงินอีก 5 ล้านบาท และทางแกรมมี่ฯ เพิ่มทุน 25 ล้านบาท เพื่อเข้ามาถือหุ้นฝ่ายละ 50% เท่ากัน สำหรับเหตุผลที่เลือกบริษัท แกรมมี่ฯ เข้ามาลงทุนในแฟมมิลี่ฯ ว่า นอกจากมีศักยภาพในการผลิตรายการให้เป็นที่สนใจและตอบโจทย์ผู้ชมมากขึ้นแล้วยังมีฐานะการเงินที่ดีด้วย สามารถช่วยกันสร้างให้มันนี่ ชาแนล มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนผ่านการออมระยะยาว ซึ่งเป็นหนึ่งแผนงานสำคัญของแผนพัฒนาตลาดทุน</p>
<p>ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะสามารถบริหาร แฟมมิลี่ โนฮาว ให้มีกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามา โดยเพิ่มเวลานำเสนอเนื้อหาของมันนี่ แชนแนลจากเดิม 8 ชั่วโมง เป็น 18 ชั่วโมงต่อวัน และเพิ่มเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งเรื่องการลงทุนและการออม เช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประกันภัย สำหรับเวลาที่ออกอากาศแบ่งเป็นของตลาดหลักทรัพย์ 8.5 ชั่วโมง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะจัดสรรงบสำหรับผลิตรายการเผยแพร่ความรู้ผ่านมันนี่ แชนแนล 200 ล้านบาทต่อปี ส่วนเวลาที่เหลืออีก 9.5 ชั่วโมง ทางบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว สามารถนำไปหารายได้ได้เต็มที่</p>
<p>“เราจะคิดค่าผลิตรายการจากตลาดหลักทรัพย์ในราคาต้นทุน 8 หมื่นบาทต่อชั่วโมง ลูกค้ารายอื่นประมาณ 1.5 แสนบาทต่อชั่วโมง ซึ่งในส่วนหลังนี้จะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท และจะมีกำไร ขั้นต้นประมาณครึ่งหนึ่ง จึงมั่นใจว่าปีแรกจะเห็นกำไรได้แน่นอน”</p>
<p>สำหรับการตรวจสอบการทำงานของแกรมมี่ฯ นั้น คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้ขอให้ตลาดหลักทรัพย์ประเมินผลงานทุก 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป และไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อหาของรายการจะผิดวัตถุประสงค์ เพราะตลาดหลักทรัพย์ยังดูแลเนื้อหาและสาระใน 8.5 ชั่วโมง</p>
<p>นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสนับสนุนกลางและพัฒนา จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนนี้กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป จะมีการปรับเปลี่ยนการนำเสนอบางรายการในส่วน 8.5 ชั่วโมง ส่วน 9.5 ชั่วโมงจะเห็นออกอากาศครั้งแรกได้ในเดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป และจะสามารถผลิตรายการครบ 18 ชั่วโมง หรือมีรายการเพิ่มขึ้น 14 รายการ ในครึ่งปีแรกของ พ.ศ.2553 ได้ ทั้งนี้ หลังจากได้นำเสนอรูปแบบ รายการกับลูกค้าบางส่วน เห็นสัญญาณการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ที่แสดงความสนใจแล้ว 2-3 ราย เนื่องจากมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง</p>
<p>สำหรับการผลิตรายการป้อนให้กับมันนี่ แชนแนล จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ได้มอบหมายให้บริษัทผู้ผลิตรายการจำนวน 2 ราย เข้าร่วมผลิตรายการในมันนี่ ชาแนล ประกอบด้วย บริษัท ดีทอล์ค จำกัด ของนายสัญญา คุณากร พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด ของนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่</p>
<p>โดยเตรียมผลิตรายการอย่างน้อย 10 รายการ เพื่อออกอากาศในช่องมันนี่ แชนแนล ซึ่งจะออกอากาศปีนี้ 2 รายการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ที่เหลือจะทยอยออกอากาศในปี 2553 คาดว่าจะต้องใช้ทีมงานที่รับเพิ่มอีกประมาณ 70 คน ส่วนรายการอื่นๆ จะกระจายไปยังบริษัทลูกของแกรมมี่ ที่ดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์อยู่แล้ว คาดว่ารายได้กลุ่มธุรกิจทีวีของบริษัทในสิ้นปี 2553 จะเพิ่มเป็น 60-70 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกปีนี้</p>
<p>นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้จะใช้ชื่อ มันนี่ แชนแนล เช่นเดิม เนื่องจากมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 1 ปี ซึ่งการลงทุนทีวีดาวเทียมของแกรมมี่แต่ละช่อง คาดว่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ขณะนี้มีทั้งหมด 5 ช่อง ปี 2553 มีแผนจะลงทุนอีก 2-3 ช่อง คือ ช่องเบิร์ด แชนแนล อีก 2 ช่องอยู่ระหว่างศึกษา โดยสนใจสถานีข่าว 1 ช่อง จะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านข่าว</p>
<p>ในปี 2554 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีเป้าหมายจะเปิดช่องทีวีดาวเทียมให้ครบ 10 ช่อง รวมการลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยมองว่าทีวีดาวเทียมเป็นสื่อที่มีศักยภาพ เนื่องจากพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนจากเสาก้างปลามาเป็นจานดาวเทียมมากขึ้น เพราะราคาถูก ปัจจุบันนอกเหนือจากมันนี่ แชนแนล แล้ว จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยังมีช่องรายการโทรทัศน์เป็นของตนเองจำนวน 4 ช่อง ได้แก่ แฟนทีวี, แบง แชนแนล, กรีน แชนแนล และ แอ็ค แชนแนล ออกอากาศผ่านทางดาวเทียมซีแบนด์ และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น</p>
<p>ส่วนช่องทางการออกอากาศมันนี่ แชนแนลในปัจจุบัน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกอากาศผ่านช่องดาวเทียมเคยู-แบนด์ ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ผ่านโครงการ Thai TV Global Network (TGN) ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี พ.ศ.2553 และคาดว่าจะไม่มีการต่อสัญญา อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางออกอากาศอยู่ที่ทรูวิชั่นส์ ช่อง 80 ระบบดาวเทียม จานดาวเทียมสามารถ DTH ช่อง 8 และจานเหลือง DTV ช่อง 61 และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นที่นำสัญญาณมาออกอากาศต่อ</p>
<p>แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของ ก.ล.ต. เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเรื่องปรับโครงสร้างบริษัทแฟมมิลี่ โนฮาว หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้ามาถือหุ้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.คงจะมีการติดตามดูว่าเมื่อจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาบริหารงานในแฟมมิลี่ โนฮาว จะบริหารให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมหรือไม่ คือเน้นให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตามวัตถุประสงค์เดิมที่ได้จัดตั้งบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว ขึ้นมา ดังนั้นเหตุผลที่เลือกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้ามาบริหารงานในครั้งนี้ ก็เล็งเห็นว่ามีข้อดีกว่าบริษัทรายอื่นๆ ที่เสนอตัวเข้ามาขอบริหารและลงทุน 25 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว สัดส่วน 50%</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=19</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หมอกมลพรรณเตรียมฟ้อง ศธ.เมินแก้แอดมิชชั่น</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=17</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=17#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2009 15:33:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=17</guid>
		<description><![CDATA[เหตุแอดมิชชั่นคาราคาซัง หมอกมลพรรณเตรียม ยื่นฟ้อง “จุรินทร์-กระทรวงศึกษาฯ” ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมินแก้ระบบแอดมิชชั่น ระบุสร้างปัญหาให้แก่เด็ก ทั้งแห่เรียนกวดวิชา เกิดช่องว่างระหว่างเด็กเมืองกับชนบท หนำซ้ำค่าธรรมเนียมโหดผลักภาระคนยากจน ย้ำต้องยกเลิกแอดมิชชั่นลูกเดียว
พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในฐานะโจทก์ได้ยื่นฟ้องนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 1 และ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญา โดยจะยื่นคำร้องต่อศาลในวันที่ 25 กันยายนนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
เนื่องจาก รมว.ศึกษาธิการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ระบบการคัดเลือกบุคคล เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจากระบบการสอบคัดเลือกรวมหรือเอนทรานซ์ มาใช้ระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือระบบแอดมิชชั่นโดยไม่เป็นธรรม เช่น การใช้คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ระดับชั้น ม.6 จำนวน 8 กลุ่มสาระ มีวิชาย่อย 20 วิชา มาคิดคำนวณในระบบแอดมิชชั่น ทำให้เด็กรับภาระหนักในการเรียนให้ได้คะแนนสูงๆ ทุกวิชาเพื่อสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยให้ได้ จึงต้องกวดวิชา
นอกจากนี้ ยังเป็นการขัดต่อหลักนิติธรรม ทั้งที่ควรให้ยกเลิกการใช้คะแนนโอเน็ตและคะแนนเฉลี่ยสะสมหรือจีพีเอ มาคำนวณในระบบแอดมิชชั่น เพราะโอเน็ตมีไว้เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนและโรงเรียนเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และการสอบโอเน็ตครั้งเดียวก็เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งเกิดกับเด็กนักเรียนทั่วประเทศนับแสนคน
ในแต่ละปีภายใต้การควบคุมดูแลของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เหตุแอดมิชชั่นคาราคาซัง หมอกมลพรรณเตรียม ยื่นฟ้อง “จุรินทร์-กระทรวงศึกษาฯ” ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เมินแก้ระบบแอดมิชชั่น ระบุสร้างปัญหาให้แก่เด็ก ทั้งแห่เรียนกวดวิชา เกิดช่องว่างระหว่างเด็กเมืองกับชนบท หนำซ้ำค่าธรรมเนียมโหดผลักภาระคนยากจน ย้ำต้องยกเลิกแอดมิชชั่นลูกเดียว</strong></p>
<p><span id="more-17"></span>พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในฐานะโจทก์ได้ยื่นฟ้องนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 1 และ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญา โดยจะยื่นคำร้องต่อศาลในวันที่ 25 กันยายนนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก</p>
<p>เนื่องจาก รมว.ศึกษาธิการ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการเปลี่ยนแปลงการใช้ระบบการคัดเลือกบุคคล เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐจากระบบการสอบคัดเลือกรวมหรือเอนทรานซ์ มาใช้ระบบกลางการรับนิสิตนักศึกษาหรือระบบแอดมิชชั่นโดยไม่เป็นธรรม เช่น การใช้คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ระดับชั้น ม.6 จำนวน 8 กลุ่มสาระ มีวิชาย่อย 20 วิชา มาคิดคำนวณในระบบแอดมิชชั่น ทำให้เด็กรับภาระหนักในการเรียนให้ได้คะแนนสูงๆ ทุกวิชาเพื่อสอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยให้ได้ จึงต้องกวดวิชา</p>
<p>นอกจากนี้ ยังเป็นการขัดต่อหลักนิติธรรม ทั้งที่ควรให้ยกเลิกการใช้คะแนนโอเน็ตและคะแนนเฉลี่ยสะสมหรือจีพีเอ มาคำนวณในระบบแอดมิชชั่น เพราะโอเน็ตมีไว้เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนและโรงเรียนเท่านั้น ไม่ใช่มีไว้เพื่อการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย และการสอบโอเน็ตครั้งเดียวก็เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ซึ่งเกิดกับเด็กนักเรียนทั่วประเทศนับแสนคน</p>
<p>ในแต่ละปีภายใต้การควบคุมดูแลของ จำเลยที่ 1 ทั้งการกำหนดให้สอบแบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT และ แบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ วิชาละ 200 บาท เป็นการสร้างภาระให้แก่คนยากจน ทั้งนี้ จำเลยที่ 1 ไม่มีคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามหลักนิติกรรมคือ ยกเลิกระบบแอดมิชชั่น เสีย โดยในปีการศึกษา 2552 ปี 2553 คงใช้ระบบที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรม จึงยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อ รมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 1 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=17</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มาแปลก! นายกฯ อภิสิทธิ์ชวนร้องเพลงชาติสร้างสามัคคี</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=15</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=15#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Sep 2009 11:47:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[เว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทยหยิบยกบทกลอนปรามการเคลื่อนไหวรุกไล่รัฐบาล เชิญชวนร้องเพลงชาติหกโมงเย็น หวังสร้างสามัคคี แถมรณรงค์แปะแบนเนอร์บนเว็บไซต์ ท่ามกลางสถานการณ์เสื้อแดงไล่รัฐบาล-พันธมิตรทวงคืนพื้นที่พิพาทเขาพระวิหาร
มีรายงานว่า ในหน้าแรกของเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย www.pm.go.th ขึ้นข้อความที่มีแบลคกราวน์เป็นธงชาติไทยว่า “วันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนประชาชนไทยร้องเพลงชาติร่วมกันเป็นประจำทุกวันเวลา 18.00 น. ด้วย ซึ่งข้อความดังกล่าวมีการทำขึ้นมา 4 เวอร์ชั่น โดยทางเว็บ PM ต้องการให้เว็บมาสเตอร์เเละประชาชนทั่วไปนำไปเป็นแบนเนอร์แปะตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ
ทั้งนี้เป็นข้อความที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ที่นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการด้วยการนำประชาชนร้องเพลงชาติพร้อมกันทั้งประเทศเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการต่อยอดโครงการฯ ท่ามกลางการสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และกรณีการปะทะกันของประชาชนกับกลุ่มพันธมิตรที่จังหวัดศรีษะเกษที่ทั้งสองฝ่ายเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด
สำหรับข้อความที่ปรากฏเป็นกลอนดังกล่าว มาจากบางช่วงบางตอนของบทกวีที่ชื่อว่า “เพลงชาติ” ประพันธ์โดย นภาลัย (ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา เมื่อปี พ.ศ.2510
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทยหยิบยกบทกลอนปรามการเคลื่อนไหวรุกไล่รัฐบาล เชิญชวนร้องเพลงชาติหกโมงเย็น หวังสร้างสามัคคี แถมรณรงค์แปะแบนเนอร์บนเว็บไซต์ ท่ามกลางสถานการณ์เสื้อแดงไล่รัฐบาล-พันธมิตรทวงคืนพื้นที่พิพาทเขาพระวิหาร</strong></p>
<p><span id="more-15"></span>มีรายงานว่า ในหน้าแรกของเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย <a href="http://www.pm.go.th/">www.pm.go.th</a> ขึ้นข้อความที่มีแบลคกราวน์เป็นธงชาติไทยว่า “วันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง แล้วจะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง” พร้อมกันนี้ยังได้เชิญชวนประชาชนไทยร้องเพลงชาติร่วมกันเป็นประจำทุกวันเวลา 18.00 น. ด้วย ซึ่งข้อความดังกล่าวมีการทำขึ้นมา 4 เวอร์ชั่น โดยทางเว็บ PM ต้องการให้เว็บมาสเตอร์เเละประชาชนทั่วไปนำไปเป็นแบนเนอร์แปะตามหน้าเว็บไซต์ต่างๆ</p>
<p>ทั้งนี้เป็นข้อความที่เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากโครงการไทยสามัคคี ไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ที่นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดตัวโครงการด้วยการนำประชาชนร้องเพลงชาติพร้อมกันทั้งประเทศเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการต่อยอดโครงการฯ ท่ามกลางการสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง และกรณีการปะทะกันของประชาชนกับกลุ่มพันธมิตรที่จังหวัดศรีษะเกษที่ทั้งสองฝ่ายเป็นคนไทยด้วยกันทั้งหมด</p>
<p>สำหรับข้อความที่ปรากฏเป็นกลอนดังกล่าว มาจากบางช่วงบางตอนของบทกวีที่ชื่อว่า “เพลงชาติ” ประพันธ์โดย นภาลัย (ฤกษ์ชนะ) สุวรรณธาดา เมื่อปี พ.ศ.2510</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=15</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แมนเชสเตอร์ซิตี้ประนาม “ทักษิณ ชินวัตร” ทำสโมสรเจ๊ง</title>
		<link>http://online.demo-crazy.com/?p=13</link>
		<comments>http://online.demo-crazy.com/?p=13#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Sep 2009 11:39:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ไม่มีหมวดหมู่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://online.demo-crazy.com/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[ดาหน้าแฉความอัปยศ “แม้วไม่โม้” ทำสโมสรฟุตบอลอังกฤษเจ๊ง มาร์ค ฮิวจ์ส ผจก.ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผิดหวังที่ทักษิณโม้ว่ามั่งคั่ง พอเอาเข้าจริงจะซื้อนักเตะก็ต้องขาย แถมสภาพสนามซ้อมสุดห่วย แกร์รี คุก ผู้บริหารสโมสร เสียใจที่ไม่ศึกษานิสัยนักโทษหนีคุกหนีคดี รู้สึกเหมือนถูกทรมาน สตีเฟน ไอร์แลนด์ กองกลางพรั่นพรึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่กำลังหลบหนีจากคดีคอร์รัปชั่น สามารถซื้อสโมรสรฟุตบอลของเราได้ ชีวิตนักเตะของพวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา
หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนโดยผู้สื่อข่าว เดวิด คอนน์ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ จุดเปลี่ยนของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังกลุ่มทุนจากอาหรับเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร โดยระบุถึงสภาพอันย่ำแย่ในทุกๆ ด้านของสโมสรแมนฯ ซิตี้ ก่อนที่บริษัทอาบูดาบี ยูไนเต็ด จะเข้ามาซื้อกิจการ
      
มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกองหน้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีมแมนฯ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์กับเดอะ การ์เดียน เปิดเผยถึงสภาพของสโมสรแห่งนี้หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก สเวน โกรัน อีริคส์สันในเดือนมิถุนายน 2551 ว่า
      
“ผมย้ายจากแบล็คเบิร์นมาคุมที่นี่ ก็เพราะผมคิดว่าซิตี้ (ชื่อเล่นของแมนฯ ซิตี้) เป็นสโมสรที่มีศักยภาพ มีสถานะทางการเงินที่ดี และจะมีเงินที่พอทำอะไรได้
      
“แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด และ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ดาหน้าแฉความอัปยศ “แม้วไม่โม้” ทำสโมสรฟุตบอลอังกฤษเจ๊ง มาร์ค ฮิวจ์ส ผจก.ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผิดหวังที่ทักษิณโม้ว่ามั่งคั่ง พอเอาเข้าจริงจะซื้อนักเตะก็ต้องขาย แถมสภาพสนามซ้อมสุดห่วย แกร์รี คุก ผู้บริหารสโมสร เสียใจที่ไม่ศึกษานิสัยนักโทษหนีคุกหนีคดี รู้สึกเหมือนถูกทรมาน สตีเฟน ไอร์แลนด์ กองกลางพรั่นพรึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่กำลังหลบหนีจากคดีคอร์รัปชั่น สามารถซื้อสโมรสรฟุตบอลของเราได้ ชีวิตนักเตะของพวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา</strong></p>
<p><span id="more-13"></span>หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนโดยผู้สื่อข่าว เดวิด คอนน์ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ จุดเปลี่ยนของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังกลุ่มทุนจากอาหรับเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร โดยระบุถึงสภาพอันย่ำแย่ในทุกๆ ด้านของสโมสรแมนฯ ซิตี้ ก่อนที่บริษัทอาบูดาบี ยูไนเต็ด จะเข้ามาซื้อกิจการ<br />
      <br />
มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกองหน้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีมแมนฯ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์กับเดอะ การ์เดียน เปิดเผยถึงสภาพของสโมสรแห่งนี้หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก สเวน โกรัน อีริคส์สันในเดือนมิถุนายน 2551 ว่า<br />
      <br />
“ผมย้ายจากแบล็คเบิร์นมาคุมที่นี่ ก็เพราะผมคิดว่าซิตี้ (ชื่อเล่นของแมนฯ ซิตี้) เป็นสโมสรที่มีศักยภาพ มีสถานะทางการเงินที่ดี และจะมีเงินที่พอทำอะไรได้<br />
      <br />
“แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด และ อย่างที่เขาเคยคุย-เคยโม้กับผมเอาไว้ &#8230; พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เราสามารถที่จะซื้อนักเตะในตลาดได้ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเราจำเป็นต้องขายนักเตะออกไปด้วย และนั่นก็ทำให้ผมรู้ทันทีว่า เราไม่ได้มีเงินมากอย่างที่ผมคิดเอาไว้” ฮิวจ์สหวนรำลึกอดีตด้วยท่าทีสลด<br />
      <br />
ส่วนสภาพของคาร์ริงตัน (สนามซ้อมของทีมแมนฯ ซิตี้) ก็ย่ำแย่ถึงขนาดที่ว่าเกือบจะเรียกได้ว่าห่วยที่สุดในบรรดาสโมสรทั้งหมดของพรีเมียร์ลีก “สนามซ้อมไม่สามารถใช้งานได้ดี ผมรู้สึกช็อคมากเมื่อเห็นสภาพของมัน” ฮิวจ์สกล่าวพร้อมกับเปรียบเทียบกับสนามซ้อมของแบล็คเบิร์นที่เขาเคยคุม และว่า “ปีที่แล้วเป็นความผิดพลาดของผมเอง ผมคิดและทึกทักเอาเองในหลายเรื่อง ผมคิดว่าทรัพยากรบุคคลและสาธารณูปโภคต่างๆ ในสโมสรแห่งนี้จะเยี่ยมยอด แต่มันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น”<br />
      <br />
สถานการณ์ของแมนฯ ซิตี้ ย่ำแย่ลงไปอีกในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2551 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา หลบหนีการไปฟังคำพิพากษาของศาลในคดีคอร์รัปชั่น โดยฮิวจ์สเปิดเผยว่า ตอนนั้นเขาพยายามมองโลกในแง่ดี และ หวังว่าปัญหาส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กระทบกับการดำเนินงานของสโมสร<br />
      <br />
“อาจด้วยความเดียงสา ผมคิดว่าเราสามารถแยกสองเรื่องออกจากกันได้” ฮิวจ์สกล่าว “แต่เราไม่สามารถแยกมันออกจากกันได้ … ทำเอาผมเกือบถอดใจทีเดียว”<br />
      <br />
นอกจากฮิวจ์ส ที่ต้องตกระกำลำบากกับสโมสรแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของนักโทษผู้หนีคดีจากประเทศไทยแล้ว แกร์รี คุก ผู้บริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถูกดึงตัวมาจากไนกี้ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเจ็บปวดไม่น้อยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเขาระบุว่า ตอนแรกเขาดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ใช้ได้ และเขาพยายามที่จะไม่สนใจกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำในประเทศไทยไม่ว่าจะในเรื่องการคอร์รัปชั่น หรือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เนื่องจากตอนนั้นเขาคิดว่าภารกิจของเขาคือการบริหารสโมสรฟุตบอลเท่านั้น<br />
      <br />
“ผมรู้สึกกลัวๆ เหมือนกันที่ต้องพูดมัน” คุก กล่าวพร้อมกับสบตานักข่าว เพื่อแสดงว่าสิ่งที่พูดนั้นมาจากใจ “ผมทำอะไรผิดมาบ้างในชีวิต แต่ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการไม่ศึกษาคนชื่อทักษิณให้ลึกซึ้งเสียก่อน”<br />
      <br />
นอกจากนี้อดีตผู้บริหารของไนกี้ยังเปิดเผยด้วยว่า ตอนนั้นสถานการณ์ของสโมสรย่ำแย่อย่างมากจนต้องกู้เงินจาก ธนาคาร ขณะที่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดโทรทัศน์ก็ยังไม่ได้รับ และสโมสรต้องซื้อนักเตะโดยเงินเชื่อ<br />
      <br />
“เงินของทักษิณนั้นถูกอายัดเอาไว้ รายรับทุกอย่างต้องเอามาหมุน ขณะที่ก็ต้องมีการจำนองนักเตะเพื่อเอาเงินมาใช้ เราตกอยู่ในสถานการณ์ถึงขั้นที่ว่าไม่มีเงินมาจ่ายให้กับนักเตะ และเราต้องยืมเงินจำนวน 2 ล้านปอนด์จาก จอห์น วอร์เดิล (อดีตประธานสโมสร ที่ขายหุ้นสโมสรออกไป) ผมต้องทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อที่จะแน่ใจว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ตอนนั้นชีวิตของผมตกอยู่ในความหวาดระแวง”<br />
      <br />
ในส่วนของชีวิตส่วนตัว คุก เปิดเผยว่า เขาเคยใช้ชีวิต 13 ปีที่สหรัฐอเมริกา โดยทำงานให้กับไนกี้ และเคยเป็นถึงประธานของยี่ห้อจอร์แดน โดยมีรายได้อย่างดี แต่ การย้ายมาอังกฤษเพื่อทำงานให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต<br />
      <br />
“ภรรยาของผม เก็บของทุกอย่างในบ้านที่สหรัฐฯ เฟอร์นิเจอร์ก็มีการขนมาแล้ว ส่วนผมนั่งอยู่ในห้องที่โรงแรมในเชสเชียร์ และต้องร้องตะโกนกับโทรศัพท์ว่า ผมทรมานกับทุกอย่างที่นี่ ทำงานไม่สำเร็จสักอย่าง เพราะผมถูกหลอกให้มารับตำแหน่งนี้ (ผู้บริหาร แมนฯ ซิตี้) ตอนนั้นผมรู้แล้วว่า ผมกำลังพาครอบครัวมาอยู่ในถ้ำสิงโต”<br />
      <br />
ในส่วนของนักเตะ แวงซ็องต์ กอมปานี กองหลังตัวกลางวัย 22 ปี ชาวเบลเยียม ซึ่งย้ายมาจากทีมฮัมบูร์กด้วยราคาค่าตัว 6 ล้านปอนด์ ก็เปิดเผยว่า ตอนที่ตนเองเซ็นสัญญา เขาได้รับแจ้งว่าเขาจะได้พบกับประธานสโมสร แต่ก็คลาดกันไปเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไปหลบซ่อนตัวที่ไหนสักแห่ง ซึ่งกอมปานีระบุว่า นั่นเป็นสถานการณ์ที่น่าขบขันสำหรับนักฟุตบอลอย่างเขา<br />
      <br />
ขณะที่ สตีเฟน ไอร์แลนด์ นักเตะตำแหน่งกองกลางวัย 23 ปี ก็เปิดเผยเช่นกันว่า เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้ย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้า แต่ในยุคของอีริคส์สัน (โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานสโมสร) การบริหารเป็นไปอย่างหละหลวม และกลายเป็นเรื่องประหลาดที่เจ้าของสโมสรเป็นนักโทษหนีคดี<br />
      <br />
“เมื่อทักษิณเทคโอเวอร์ ทุกคนคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องดี แต่มันไม่ใช่” ไอร์แลนด์หวนนึกถึงอดีต “ตอนนั้นเราปราศจากความมั่นคง ผู้คนก็ไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นเรื่องที่บ้ามาก ที่คนอย่างนั้น คนที่กำลังหลบหนีจากคดีคอร์รัปชั่น สามารถซื้อสโมรสรฟุตบอลของเราได้ ชีวิตนักเตะของพวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา ทุกคนต่างรู้สึกพรั่นพรึงว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต &#8230; ถือเป็นความโชคดีที่เราได้เจ้าของใหม่ในเวลาต่อมา”<br />
      <br />
เจ้าของใหม่และเจ้าของปัจจุบันของแมนฯ ซิตี ก็คือบริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป ที่มีผู้อยู่เบื้องหลังคือ ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน มหาเศรษฐีจากตะวันออกกลาง ผู้เข้ามาเทคโอเวอร์เรือใบสีฟ้าต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2551 และทุ่มเงินปลุกปั้น แมนฯ ซิตี้ ให้กลายเป็นสโมสรเจ้าบุญทุ่มและกลายเป็นว่าที่ “บิ๊กโฟร์” ของพรีเมียร์ลีก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://online.demo-crazy.com/?feed=rss2&amp;p=13</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
