DemoCrazy Online » News » แมนเชสเตอร์ซิตี้ประนาม “ทักษิณ ชินวัตร” ทำสโมสรเจ๊ง
 

แมนเชสเตอร์ซิตี้ประนาม “ทักษิณ ชินวัตร” ทำสโมสรเจ๊ง

โดย admin เมื่อ กันยายน 19th, 2009

ดาหน้าแฉความอัปยศ “แม้วไม่โม้” ทำสโมสรฟุตบอลอังกฤษเจ๊ง มาร์ค ฮิวจ์ส ผจก.ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผิดหวังที่ทักษิณโม้ว่ามั่งคั่ง พอเอาเข้าจริงจะซื้อนักเตะก็ต้องขาย แถมสภาพสนามซ้อมสุดห่วย แกร์รี คุก ผู้บริหารสโมสร เสียใจที่ไม่ศึกษานิสัยนักโทษหนีคุกหนีคดี รู้สึกเหมือนถูกทรมาน สตีเฟน ไอร์แลนด์ กองกลางพรั่นพรึงว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนที่กำลังหลบหนีจากคดีคอร์รัปชั่น สามารถซื้อสโมรสรฟุตบอลของเราได้ ชีวิตนักเตะของพวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา

หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนโดยผู้สื่อข่าว เดวิด คอนน์ ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับ จุดเปลี่ยนของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังกลุ่มทุนจากอาหรับเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร โดยระบุถึงสภาพอันย่ำแย่ในทุกๆ ด้านของสโมสรแมนฯ ซิตี้ ก่อนที่บริษัทอาบูดาบี ยูไนเต็ด จะเข้ามาซื้อกิจการ
      
มาร์ค ฮิวจ์ส อดีตกองหน้าของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันของทีมแมนฯ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์กับเดอะ การ์เดียน เปิดเผยถึงสภาพของสโมสรแห่งนี้หลังจากที่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก สเวน โกรัน อีริคส์สันในเดือนมิถุนายน 2551 ว่า
      
“ผมย้ายจากแบล็คเบิร์นมาคุมที่นี่ ก็เพราะผมคิดว่าซิตี้ (ชื่อเล่นของแมนฯ ซิตี้) เป็นสโมสรที่มีศักยภาพ มีสถานะทางการเงินที่ดี และจะมีเงินที่พอทำอะไรได้
      
“แต่ความเป็นจริงกลับไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด และ อย่างที่เขาเคยคุย-เคยโม้กับผมเอาไว้ … พูดกันอย่างตรงไปตรงมา เราสามารถที่จะซื้อนักเตะในตลาดได้ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าเราจำเป็นต้องขายนักเตะออกไปด้วย และนั่นก็ทำให้ผมรู้ทันทีว่า เราไม่ได้มีเงินมากอย่างที่ผมคิดเอาไว้” ฮิวจ์สหวนรำลึกอดีตด้วยท่าทีสลด
      
ส่วนสภาพของคาร์ริงตัน (สนามซ้อมของทีมแมนฯ ซิตี้) ก็ย่ำแย่ถึงขนาดที่ว่าเกือบจะเรียกได้ว่าห่วยที่สุดในบรรดาสโมสรทั้งหมดของพรีเมียร์ลีก “สนามซ้อมไม่สามารถใช้งานได้ดี ผมรู้สึกช็อคมากเมื่อเห็นสภาพของมัน” ฮิวจ์สกล่าวพร้อมกับเปรียบเทียบกับสนามซ้อมของแบล็คเบิร์นที่เขาเคยคุม และว่า “ปีที่แล้วเป็นความผิดพลาดของผมเอง ผมคิดและทึกทักเอาเองในหลายเรื่อง ผมคิดว่าทรัพยากรบุคคลและสาธารณูปโภคต่างๆ ในสโมสรแห่งนี้จะเยี่ยมยอด แต่มันกลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น”
      
สถานการณ์ของแมนฯ ซิตี้ ย่ำแย่ลงไปอีกในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2551 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภรรยา หลบหนีการไปฟังคำพิพากษาของศาลในคดีคอร์รัปชั่น โดยฮิวจ์สเปิดเผยว่า ตอนนั้นเขาพยายามมองโลกในแง่ดี และ หวังว่าปัญหาส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่กระทบกับการดำเนินงานของสโมสร
      
“อาจด้วยความเดียงสา ผมคิดว่าเราสามารถแยกสองเรื่องออกจากกันได้” ฮิวจ์สกล่าว “แต่เราไม่สามารถแยกมันออกจากกันได้ … ทำเอาผมเกือบถอดใจทีเดียว”
      
นอกจากฮิวจ์ส ที่ต้องตกระกำลำบากกับสโมสรแมนฯ ซิตี้ ภายใต้การบริหารงานของนักโทษผู้หนีคดีจากประเทศไทยแล้ว แกร์รี คุก ผู้บริหารสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งถูกดึงตัวมาจากไนกี้ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องเจ็บปวดไม่น้อยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยเขาระบุว่า ตอนแรกเขาดูว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนที่ใช้ได้ และเขาพยายามที่จะไม่สนใจกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำในประเทศไทยไม่ว่าจะในเรื่องการคอร์รัปชั่น หรือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง เนื่องจากตอนนั้นเขาคิดว่าภารกิจของเขาคือการบริหารสโมสรฟุตบอลเท่านั้น
      
“ผมรู้สึกกลัวๆ เหมือนกันที่ต้องพูดมัน” คุก กล่าวพร้อมกับสบตานักข่าว เพื่อแสดงว่าสิ่งที่พูดนั้นมาจากใจ “ผมทำอะไรผิดมาบ้างในชีวิต แต่ผมรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการไม่ศึกษาคนชื่อทักษิณให้ลึกซึ้งเสียก่อน”
      
นอกจากนี้อดีตผู้บริหารของไนกี้ยังเปิดเผยด้วยว่า ตอนนั้นสถานการณ์ของสโมสรย่ำแย่อย่างมากจนต้องกู้เงินจาก ธนาคาร ขณะที่ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดโทรทัศน์ก็ยังไม่ได้รับ และสโมสรต้องซื้อนักเตะโดยเงินเชื่อ
      
“เงินของทักษิณนั้นถูกอายัดเอาไว้ รายรับทุกอย่างต้องเอามาหมุน ขณะที่ก็ต้องมีการจำนองนักเตะเพื่อเอาเงินมาใช้ เราตกอยู่ในสถานการณ์ถึงขั้นที่ว่าไม่มีเงินมาจ่ายให้กับนักเตะ และเราต้องยืมเงินจำนวน 2 ล้านปอนด์จาก จอห์น วอร์เดิล (อดีตประธานสโมสร ที่ขายหุ้นสโมสรออกไป) ผมต้องทำงานอย่างเป็นบ้าเป็นหลังเพื่อที่จะแน่ใจว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ตอนนั้นชีวิตของผมตกอยู่ในความหวาดระแวง”
      
ในส่วนของชีวิตส่วนตัว คุก เปิดเผยว่า เขาเคยใช้ชีวิต 13 ปีที่สหรัฐอเมริกา โดยทำงานให้กับไนกี้ และเคยเป็นถึงประธานของยี่ห้อจอร์แดน โดยมีรายได้อย่างดี แต่ การย้ายมาอังกฤษเพื่อทำงานให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นความผิดพลาดครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
      
“ภรรยาของผม เก็บของทุกอย่างในบ้านที่สหรัฐฯ เฟอร์นิเจอร์ก็มีการขนมาแล้ว ส่วนผมนั่งอยู่ในห้องที่โรงแรมในเชสเชียร์ และต้องร้องตะโกนกับโทรศัพท์ว่า ผมทรมานกับทุกอย่างที่นี่ ทำงานไม่สำเร็จสักอย่าง เพราะผมถูกหลอกให้มารับตำแหน่งนี้ (ผู้บริหาร แมนฯ ซิตี้) ตอนนั้นผมรู้แล้วว่า ผมกำลังพาครอบครัวมาอยู่ในถ้ำสิงโต”
      
ในส่วนของนักเตะ แวงซ็องต์ กอมปานี กองหลังตัวกลางวัย 22 ปี ชาวเบลเยียม ซึ่งย้ายมาจากทีมฮัมบูร์กด้วยราคาค่าตัว 6 ล้านปอนด์ ก็เปิดเผยว่า ตอนที่ตนเองเซ็นสัญญา เขาได้รับแจ้งว่าเขาจะได้พบกับประธานสโมสร แต่ก็คลาดกันไปเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องไปหลบซ่อนตัวที่ไหนสักแห่ง ซึ่งกอมปานีระบุว่า นั่นเป็นสถานการณ์ที่น่าขบขันสำหรับนักฟุตบอลอย่างเขา
      
ขณะที่ สตีเฟน ไอร์แลนด์ นักเตะตำแหน่งกองกลางวัย 23 ปี ก็เปิดเผยเช่นกันว่า เขารู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อได้ย้ายมาร่วมทีมเรือใบสีฟ้า แต่ในยุคของอีริคส์สัน (โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานสโมสร) การบริหารเป็นไปอย่างหละหลวม และกลายเป็นเรื่องประหลาดที่เจ้าของสโมสรเป็นนักโทษหนีคดี
      
“เมื่อทักษิณเทคโอเวอร์ ทุกคนคิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องดี แต่มันไม่ใช่” ไอร์แลนด์หวนนึกถึงอดีต “ตอนนั้นเราปราศจากความมั่นคง ผู้คนก็ไม่แน่ใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นเรื่องที่บ้ามาก ที่คนอย่างนั้น คนที่กำลังหลบหนีจากคดีคอร์รัปชั่น สามารถซื้อสโมรสรฟุตบอลของเราได้ ชีวิตนักเตะของพวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา ทุกคนต่างรู้สึกพรั่นพรึงว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต … ถือเป็นความโชคดีที่เราได้เจ้าของใหม่ในเวลาต่อมา”
      
เจ้าของใหม่และเจ้าของปัจจุบันของแมนฯ ซิตี ก็คือบริษัท อาบูดาบี ยูไนเต็ดกรุ๊ป ที่มีผู้อยู่เบื้องหลังคือ ชีค มานซูร์ บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน มหาเศรษฐีจากตะวันออกกลาง ผู้เข้ามาเทคโอเวอร์เรือใบสีฟ้าต่อจาก พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2551 และทุ่มเงินปลุกปั้น แมนฯ ซิตี้ ให้กลายเป็นสโมสรเจ้าบุญทุ่มและกลายเป็นว่าที่ “บิ๊กโฟร์” ของพรีเมียร์ลีก


ท่านสามารถใช้
<a href="" title=""><abbr title=""><acronym title=""><b><blockquote cite=""><cite><code><del datetime=""><em><i><q cite=""><strike><strong>
เพื่อให้การแสดงความคิดเห็นเป็นไปตามกฎกติกาที่วางไว้ ความคิดเห็นของท่านที่ส่งเข้ามา ทีมงานจะทำการตรวจสอบก่อนนำขึ้นแสดง * = จำเป็นต้องกรอก

ร่วมแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม





เงื่อนไขในการแสดงความคิดเห็น
• กรุณาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำที่สุภาพ โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
• การลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
• ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้