แกรมมี่เทคโอเวอร์ “มันนี่แชนแนล” กลต.ไม่ปลื้มหวั่นทำช่องเพี้ยน
โดย admin เมื่อ กันยายน 22nd, 2009หลังคลอดทีวีดาวเทียม 4 ช่อง แกรมมี่หันมาจับมือตลาดหลักทรัพย์รื้อช่อง “มันนี่ แชนแนล” หลับขาดทุนบักโกรกมาแรงปี เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทผลิตรายการครึ่งต่อครึ่ง เปิดโอกาสขายโฆษณากลุ่มธุรกิจการเงินและธนาคาร คาดทำกำไรได้เร็ว กลต.หวั่นวัตถุประสงค์เดิมเพี้ยน
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) และผู้บริหารของทั้งสองฝ่ายร่วมกันแถลงข่าวถึงอนาคตของบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว จำกัด ในเครือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่ผลิตสื่อเพื่อให้ความรู้ทางด้านการลงทุน โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม มันนี่ แชนแนล (Money Channel) หลังจากขาดทุนมาโดยตลอดเป็นเวลาเกือบ 5 ปี กระทั่งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 50%
นางภัทรียาอธิบายว่า เดิม บ.แฟมมิลี่ โนฮาว มีทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท แต่มีขาดทุนสะสม 30 ล้านบาท คงเหลือส่วนของผู้ถือหุ้น 20 ล้านบาท ต้องเพิ่มทุนกลับมาเท่าเก่าเป็น 50 ล้านบาท ตลาดหลักทรัพย์ใส่เงินอีก 5 ล้านบาท และทางแกรมมี่ฯ เพิ่มทุน 25 ล้านบาท เพื่อเข้ามาถือหุ้นฝ่ายละ 50% เท่ากัน สำหรับเหตุผลที่เลือกบริษัท แกรมมี่ฯ เข้ามาลงทุนในแฟมมิลี่ฯ ว่า นอกจากมีศักยภาพในการผลิตรายการให้เป็นที่สนใจและตอบโจทย์ผู้ชมมากขึ้นแล้วยังมีฐานะการเงินที่ดีด้วย สามารถช่วยกันสร้างให้มันนี่ ชาแนล มีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการสร้างวัฒนธรรมการลงทุนผ่านการออมระยะยาว ซึ่งเป็นหนึ่งแผนงานสำคัญของแผนพัฒนาตลาดทุน
ด้านนายไพบูลย์กล่าวว่า จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จะสามารถบริหาร แฟมมิลี่ โนฮาว ให้มีกำไรได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามา โดยเพิ่มเวลานำเสนอเนื้อหาของมันนี่ แชนแนลจากเดิม 8 ชั่วโมง เป็น 18 ชั่วโมงต่อวัน และเพิ่มเนื้อหาให้ครอบคลุมทั้งเรื่องการลงทุนและการออม เช่น ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ประกันภัย สำหรับเวลาที่ออกอากาศแบ่งเป็นของตลาดหลักทรัพย์ 8.5 ชั่วโมง ซึ่งตลาดหลักทรัพย์จะจัดสรรงบสำหรับผลิตรายการเผยแพร่ความรู้ผ่านมันนี่ แชนแนล 200 ล้านบาทต่อปี ส่วนเวลาที่เหลืออีก 9.5 ชั่วโมง ทางบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว สามารถนำไปหารายได้ได้เต็มที่
“เราจะคิดค่าผลิตรายการจากตลาดหลักทรัพย์ในราคาต้นทุน 8 หมื่นบาทต่อชั่วโมง ลูกค้ารายอื่นประมาณ 1.5 แสนบาทต่อชั่วโมง ซึ่งในส่วนหลังนี้จะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท และจะมีกำไร ขั้นต้นประมาณครึ่งหนึ่ง จึงมั่นใจว่าปีแรกจะเห็นกำไรได้แน่นอน”
สำหรับการตรวจสอบการทำงานของแกรมมี่ฯ นั้น คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ได้ขอให้ตลาดหลักทรัพย์ประเมินผลงานทุก 6 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 เป็นต้นไป และไม่ต้องกังวลเรื่องเนื้อหาของรายการจะผิดวัตถุประสงค์ เพราะตลาดหลักทรัพย์ยังดูแลเนื้อหาและสาระใน 8.5 ชั่วโมง
นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานสนับสนุนกลางและพัฒนา จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลในส่วนนี้กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป จะมีการปรับเปลี่ยนการนำเสนอบางรายการในส่วน 8.5 ชั่วโมง ส่วน 9.5 ชั่วโมงจะเห็นออกอากาศครั้งแรกได้ในเดือนมกราคมปีหน้าเป็นต้นไป และจะสามารถผลิตรายการครบ 18 ชั่วโมง หรือมีรายการเพิ่มขึ้น 14 รายการ ในครึ่งปีแรกของ พ.ศ.2553 ได้ ทั้งนี้ หลังจากได้นำเสนอรูปแบบ รายการกับลูกค้าบางส่วน เห็นสัญญาณการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มสถาบันการเงิน และธนาคารพาณิชย์ที่แสดงความสนใจแล้ว 2-3 ราย เนื่องจากมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรง
สำหรับการผลิตรายการป้อนให้กับมันนี่ แชนแนล จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ได้มอบหมายให้บริษัทผู้ผลิตรายการจำนวน 2 ราย เข้าร่วมผลิตรายการในมันนี่ ชาแนล ประกอบด้วย บริษัท ดีทอล์ค จำกัด ของนายสัญญา คุณากร พิธีกรรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และบริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด ของนายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ซึ่งเป็นบริษัทลูกในเครือ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
โดยเตรียมผลิตรายการอย่างน้อย 10 รายการ เพื่อออกอากาศในช่องมันนี่ แชนแนล ซึ่งจะออกอากาศปีนี้ 2 รายการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ที่เหลือจะทยอยออกอากาศในปี 2553 คาดว่าจะต้องใช้ทีมงานที่รับเพิ่มอีกประมาณ 70 คน ส่วนรายการอื่นๆ จะกระจายไปยังบริษัทลูกของแกรมมี่ ที่ดำเนินธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์อยู่แล้ว คาดว่ารายได้กลุ่มธุรกิจทีวีของบริษัทในสิ้นปี 2553 จะเพิ่มเป็น 60-70 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาท ในช่วงครึ่งแรกปีนี้
นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการลงทุนครั้งนี้จะใช้ชื่อ มันนี่ แชนแนล เช่นเดิม เนื่องจากมีเอกลักษณ์อยู่แล้ว คาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 1 ปี ซึ่งการลงทุนทีวีดาวเทียมของแกรมมี่แต่ละช่อง คาดว่าจะใช้เงินไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท ขณะนี้มีทั้งหมด 5 ช่อง ปี 2553 มีแผนจะลงทุนอีก 2-3 ช่อง คือ ช่องเบิร์ด แชนแนล อีก 2 ช่องอยู่ระหว่างศึกษา โดยสนใจสถานีข่าว 1 ช่อง จะเป็นการร่วมทุนกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านข่าว
ในปี 2554 จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่มีเป้าหมายจะเปิดช่องทีวีดาวเทียมให้ครบ 10 ช่อง รวมการลงทุน 1,000 ล้านบาท โดยมองว่าทีวีดาวเทียมเป็นสื่อที่มีศักยภาพ เนื่องจากพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนจากเสาก้างปลามาเป็นจานดาวเทียมมากขึ้น เพราะราคาถูก ปัจจุบันนอกเหนือจากมันนี่ แชนแนล แล้ว จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ยังมีช่องรายการโทรทัศน์เป็นของตนเองจำนวน 4 ช่อง ได้แก่ แฟนทีวี, แบง แชนแนล, กรีน แชนแนล และ แอ็ค แชนแนล ออกอากาศผ่านทางดาวเทียมซีแบนด์ และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่น
ส่วนช่องทางการออกอากาศมันนี่ แชนแนลในปัจจุบัน จากที่ก่อนหน้านี้ได้ออกอากาศผ่านช่องดาวเทียมเคยู-แบนด์ ของสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ผ่านโครงการ Thai TV Global Network (TGN) ซึ่งจะหมดสัญญาลงในปี พ.ศ.2553 และคาดว่าจะไม่มีการต่อสัญญา อย่างไรก็ตาม ยังมีช่องทางออกอากาศอยู่ที่ทรูวิชั่นส์ ช่อง 80 ระบบดาวเทียม จานดาวเทียมสามารถ DTH ช่อง 8 และจานเหลือง DTV ช่อง 61 และเคเบิ้ลทีวีท้องถิ่นที่นำสัญญาณมาออกอากาศต่อ
แหล่งข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของ ก.ล.ต. เมื่อวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2552 ได้มีมติเห็นชอบในหลักการเรื่องปรับโครงสร้างบริษัทแฟมมิลี่ โนฮาว หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ให้จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้ามาถือหุ้น
อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.คงจะมีการติดตามดูว่าเมื่อจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เข้ามาบริหารงานในแฟมมิลี่ โนฮาว จะบริหารให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมหรือไม่ คือเน้นให้ความรู้แก่ผู้ลงทุนและประชาชนทั่วไป ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ยืนยันว่าจะเดินหน้าตามวัตถุประสงค์เดิมที่ได้จัดตั้งบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว ขึ้นมา ดังนั้นเหตุผลที่เลือกจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่เข้ามาบริหารงานในครั้งนี้ ก็เล็งเห็นว่ามีข้อดีกว่าบริษัทรายอื่นๆ ที่เสนอตัวเข้ามาขอบริหารและลงทุน 25 ล้านบาท เพื่อถือหุ้นบริษัท แฟมมิลี่ โนฮาว สัดส่วน 50%