จับกุมมือฆ่าอาจารย์บัญชี ม.เกษตรกลางสวนรถไฟ
โดย admin เมื่อ ธันวาคม 11th, 2009ตำรวจรวบมือฆ่าอาจารย์คณะบัญชี ม.เกษตร หลังหนีกบดานที่สกลนครก่อนตำรวจลากคอมาดำเนินคดี สารภาพผูกใจเจ็บที่เคยถูกจี้ชิงทรัพย์มาก่อน อ้างลงมือเพราะบันดาลโทสะที่ถูกผู้ตายลวนลามก่อนตกลงราคา ทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ก่อเหตุมาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่เหยื่อไม่กล้าแจ้งความเพราะกลัวอับอาย ตำรวจนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เริ่มจากตกลงราคาแล้วเล่นทีเผลอใช้เหล็กแป๊บที่ซ่อนไว้ตีหัวจนแน่นิ่ง
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล วันนี้ (11 ธันวาคม) พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผบช.น. พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เจริญ ศรีศศลักษณ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญบืนอนันต์ ผกก.สส.บก.น.2 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายวิษณุ บัวลอย อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 ม.1 ต.โพนสูง อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พร้อมด้วยของกลาง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เสื้อแจ๊คเก็ตสีดำที่ใส่ในวันก่อเหตุ และท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 ซม. ยาว 45 ซม. โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านเกิดของผู้ต้องหา
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เวลประมาณ 00.30 น. ได้มีคนร้ายใช้ท่อนเหล็กเป็นอาวุธ ตีนายสราวุฒิ เลิศมาลัยมาลย์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/136 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาบัญชี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เสียชีวิต ที่บริเวณสวนรถไฟ ถ.กำแพงเพชร 3 แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญของประชาชน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.บางซื่อ และ กก.สส.บก.น.2 จึงได้เร่งสืบหาตัวคนร้ายจนกระทั่งทราบว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุคือนายวิษณุ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวนนายวิษณุ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เข้ามาพูดคุยเรื่องเซ็กส์ โดยบอกว่าจะขอให้ตนไปหลับนอนด้วย ตนจึงเสนอราคา 2,000 บาท แต่ผู้ตายกลับลวนลามโดยไม่ได้พูดเรื่องเงิน ตนจึงบันดาลโทสะใช้เหล็กท่อนตีเข้าไปศีรษะผู้ตาย 2 ครั้ง จนล้มลงไป ยอมรับว่าที่ทำไปเป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ เมื่อเห็นว่าผู้ตายแน่นิ่งไปจึงใช้โทรศัพท์ของผู้ตายโทรแจ้งตำรวจที่หมายเลข 191 และนำเงินที่ได้บางส่วนไปบริจาคให้กับเด็กพิการ ก่อนนำโทรศัพท์มือถือไปขายที่บ้านเกิด ได้เงินมา 2,000 บาท โดยตนเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันมาแล้ว 3-4 ครั้ง
ทั้งนี้ นายวิษณุอ้างกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเคยถูกคนร้ายก่อเหตุชิงทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้เมื่อหลายเดือนก่อนที่ จ.สมุทรปราการ จึงผูกใจเจ็บและมาก่อเหตุขึ้นในบริเวณดังกล่าว ซึ่งบริเวณดังกล่าวกลุ่มชายรักร่วมเพศมักมารวมตัวกัน โดยทำงานเป็นพนักงานยกสินค้าในโกดังของบริษัทแห่งหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน เวลา 18.00 น. ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้เหล็กตีนายคำพันธ์ เชียงสาวงศ์ อายุ 27 ปี บาดเจ็บ แล้วเอาโทรศัพท์มือถือและบัตรเครดิต 1ใบ และวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 22.00 น. ก่อเหตุใช้เหล็กตีนายศุภกฤต ไชยเมือง อายุ 31 ปี บาดเจ็บ และนำโทรศัพท์มือถือ และบัตรเอทีเอ็มไป 1 ใบ โดยผู้เสียหายไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความอับอาย
ต่อมา พล.ต.ต.สาโรจน์, พ.ต.อ.เจริญ และพ.ต.อ.ปิยะพงษ์ ผลวานิชย์ ผกก.สน.บางซื่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายกก.สืบสวน บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ควบคุมตัวนายวิษณุ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณริมบึง ภายในสวนรถไฟ กม.11 แขวงจอมพล เขตจตุจักร
โดยเริ่มจากจุดแรกบริเวณริมทางเท้าที่นายวิษณุเจอนายสราวุฒิผู้ตาย นั่งอยู่หน้ารถพบรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ภศ-5191 กทม.ของตัวเอง จากนั้นก็เป็นจุดที่สองที่ทั้งคู่พากันข้ามรั้วลวดหนามเข้าไปตกลงราคากันบริเวณริมบึง เมื่อผู้ตายเผลอนายวิษณุ ก็ผลักผู้ตายล้มลงไป ก็จะหยิบเหล็กแป๊บที่ซ่อนไว้ใต้พุ่มไม้ขึ้นตีผู้ตายจนแน่นิ่งไป
จากนั้นนายวิษณุ ได้กลับเข้ามาที่รถของผู้ตายเพื่อรื้อค้นทรัพย์สิน ก่อนจะขับรถของผู้ตายออกจากจุดเกิดเหตุออกไปได้ประมาณ 100 เมตร แต่รถเกิดเสียขับต่อไปไม่ได้ ทำให้นายวิษณุ ต้องลงมาจากรถเพื่อไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านที่บริเวณริมถนนเพื่อให้มาช่วยเข็นรถ ก่อนที่จะเรียกแท็กซี่สีฟ้าหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุกลับไปบ้านเกิดจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว
นายวิษณุ รับสารภาพด้วยว่า ตนทำงานเป็นพนักงานแผนกสโตร์ของบริษัทแห่งหนึ่ง และไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศหรือพวกรักร่วมเพศที่มาขายบริการในบริเวณที่เกิดเหตุแต่อย่างใด แต่ตั้งใจมาดักชิงทรัพย์เหยื่อในบริเวณนี้อยู่แล้ว หากเหยื่อทำทีเข้ามาขอซื้อบริการก็จะลวงเข้าไปริมบึง แล้วทำร้ายร่างกายก่อนชิงทรัพย์ไป โดยทำมาแล้ว 4 ครั้ง ส่วนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาก็จะนำไปใช้ส่วนตัว และแบ่งช่วยเหลือคนชรา หรือคนพิการ เพราะความสงสาร
สำหรับกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพบศพนายสราวุฒิ กลางดึกของวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา สภาพศพนอนคว่ำหน้าจมกองเหลือในพงหญ้า สวมเสื้อยืดคอกลมสีเทาเข้ม ใส่กางเกงผ้าร่มขาสั้นสีน้ำเงิน มีบาดแผลถูกตีด้วยของแข็งเป็นแผลเปิดที่กกหูขวา ใกล้กันพบเหล็กแป๊บแบบตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 50 ซม. รองเท้าแตะแบบสวมยี่ห้อแอดด้า สีดำ 1 คู่ ซองถุงยางอนามัยแกะแล้ว 1 ชิ้น และถุงยางอนามัยใช้แล้ว1 อัน
จากการตรวจสอบในกระเป๋ากางเกงของผู้ตาย พบกระดาษชำระและถุงยางอนามัยยังไม่ได้ใช้งานอีก 3 ชิ้น ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์โตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ภศ 5191 กทม. จอดทิ้งไว้ข้างทาง โดยภายในรถพบคราบเลือดเล็กน้อย
หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 ได้ลงพื้นที่โดยรอบที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามพยานแวดล้อม โดยเฉพาะกลุ่มคนรักร่วมเพศที่มักมามั่วสุมบริเวณนี้ทราบว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นชายรูปร่างสูง ผมยาว นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบคดีทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระแวกดังกล่าวด้วย ซึ่งพบว่าก่อนเกิดเหตุกับนายสราวุฒินั้นได้มีผู้เสียหายเป็นชายถูกตีด้วยท่อนเหล็ก และชิงทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดความอับอาย
แต่ก็มีอยู่รายหนึ่งที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเปาโล สาขาสะพานควาย ตำรวจจึงเข้าไปสอบปากคำพบว่าผู้ต้องสงสัยคดีนี้มีรูปพรรณสัณฐานตรงกันจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานและประสานพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ขออนุมัติหมายจับชายตามภาพสเก็ตช์ดังกล่าว กระทั่งสามารถสืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้มาได้หลังหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ จ.สกลนคร