สอง นศ.ตะลึง! เช่าหอเจอกล้องแอบถ่ายในห้องพัก-ห้องน้ำ
โดย admin เมื่อ กันยายน 18th, 2009สองนักศึกษาเช่าหอพักย่านบางเขน สัญญาณมือถือในห้องขาดๆ หายๆ นึกสงสัยลองตรวจสอบรอบห้อง พบกล้องซ่อนไว้ในกล่องไฟกับฝ้าห้องน้ำ ต่อสายไฟไปยังห้องของเจ้าของหอ แจ้งความแล้วเรื่องกลับเงียบ เข้าพบ “เจ๊ปิ๊ก-ปวีณา” พาเข้าพบตำรวจเดินเรื่อง ค้นหอพักอีกรอบพบกล้องวิดีโอขนาดจิ๋วแอบติดตั้งที่มุมเสาด้านบนในห้องนอน มีแผ่นไม้เจาะรูปิดทับไว้ไม่ให้เห็นกล้อง แถมบนฝ้าเพดานในห้องน้ำเจอกล้องอีกตัวซุกอยู่ เตรียมออกหมายเรียกเจ้าขอหอพักให้ปากคำหาต้นตอ รัฐมนตรี พม.ชี้ทำผิด พ.ร.บ.ควบคุมหอพักเพียบ
เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พัฒนา เพศยนาวิน ผกก.สน.บางเขน พร้อมด้วย ร.ต.ท.กฤษชนะ คำพันธ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) เจ้าของคดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเขน และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำหมายศาลเลขที่ 353/2552 ลงวันที่ 15 กันยายน 2552 เข้าตรวจค้นภายในสำนักงานของหอพักเลขที่ 195/7 ถนนพหลโยธิน ซอย 53 แยก 12 แขวงอนุเสาวรีย์ เขตบางเขน
หอพักดังกล่าวเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้นครึ่ง แบ่งเป็นห้องพักให้เช่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องพักเลขที่ 119 ชั้น 1 เพื่อตรวจสอบร่องรอยการติดตั้งกล้อง ก็พบว่ามุมผนังด้านบนขวากล่องไม้ทำเป็นกล่องไฟ คล้ายกล่องเชฟทีคัต เมื่อเปิดออกดูก็พบกล้องซุกซ่อนอยู่ข้างในเพื่อแอบถ่ายอริยาบถต่างๆ นอกจากนี้จากการตรวจสอบภายในห้องน้ำ ก็พบบริเวณฝ้าเพดานมีการติดตั้งกล้องแอบถ่ายขนาดเล็กไว้อีก 1 ตัว โดยมีการเจาะผนังห้องน้ำเพื่อโยงสายเอวีไปยังห้องสำนักงานที่อยู่ข้างหน้า
ทั้งนี้จากการตรวจสอบร่องรอยการติดตั้งนั้นกล้องนั้น มีลักษณะเหมือนติดตั้งมานานแล้ว แต่ร่องรอยการติดสายเอวีดังกล่าวที่ฝาผนังด้านนอกนั้นยังใหม่อยู่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบและบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้ยังพบว่า สายเอวีดังกล่าวยังถูกเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่นของอาคารอีก คาดว่าน่าจะมีการติดตั้งกล้องแอบถ่ายลักษณะนี้อีกไม่ต่ำกว่า 1 ห้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ภายหลังการตรวจสอบ พ.ต.อ.พัฒนา เปิดเผยว่า ได้ให้พนักงานสอบสวน พร้อม พฐ.มาเก็บหลักฐานการติดตั้งกล้องแอบถ่ายในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบกล้องวิดีโอภายในห้องพักของผู้เสียหายจริง แต่ภายในสำนักงานไม่พบสิ่งผิดปกติหรือตัวกล้องวงจรปิดที่เชื่อมโยงมาจากห้องผู้เสียหาย ซึ่งจะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง รวมถึงการหาพยานหลักฐาน ว่าใครเป็นคนติดตั้งกล้องแอบถ่ายดังกล่าวด้วย
ผกก.สน.บางเขน กล่าวต่อว่า เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาบุกรุกเคหะสถานไว้ก่อน แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหากับใคร เพราะต้องเรียกเจ้าของหอพักมาให้ปากคำอย่างละเอียดก่อน โดยขณะนี้กำลังพยายามติดต่อให้เข้ามาให้ปากคำอยู่ ขณะเดียวกันก็จะต้องตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในห้องสำนักงาน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกล้องดังกล่าว เพื่อตรวจสอบดูว่า มีการบันทึกภาพแอบถ่ายที่ติดตังกล้องไว้หรือไม่ หากเจ้าหน้าที่พบว่า มีการบันทึกภาพที่ถ่ายไว้ ก็จะแจ้งข้อหาละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลอีกหนึ่งข้อหา
สำหรับหอพักดังกล่าวมีนายสมชัย เทพบัญชาพร อายุ 40 ปี เป็นเจ้าของ โดยในเวลาต่อมาได้มี น.ส.เจนจิรา ขมิ้นเขียว อายุ 29 ปี แฟนสาวของนายสมชัย ได้เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาคารดังกล่าว เพื่อเซ็นรับทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นมาตรวจสอบอาคารดังกล่าว โดย น.ส.เจนจิรา บอกแต่เพียงว่า ไม่รู้เรื่องกับการติดตั้งกล้องแอบถ่ายในห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.บางเขน และจะเรียกนายสมชัย เจ้าของอาคารสถานที่ มาให้ปากคำเพื่อหาสาเหตุของการติดตั้งกล้องแอบถ่ายครั้งนี้
มีรายงานว่า การติดตั้งกล้องแอบถ่ายดังกล่าว น่าจะติดตั้งก่อนที่จะมีนักศึกษาเข้ามาพัก หากมีการบันทึกภาพแอบถ่ายจริง ก็ต้องมีคนตกเป็นเหยื่อหลายรายแล้ว แต่พึ่งมารู้ตัวเมื่อเหยื่อรายล่าสุด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นห้องสำนักงานของอาคารดังกล่าว ก็พบกัญชาห่อเล็ก 1 ห่อ ซองใส่ปืนและกล่องใส่ปืนรวมถึงด้ามปืน 1 คู่ ขนาด 9 มม. เก็บไว้ที่โต๊ะทำงานเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ตรวจสอบว่า กัญชาเป็นของใคร และปืนมีทะเบียนถูกต้องหรือไม่ก่อนจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันก็มีชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้ความสนใจออกมามุงดูเป็นจำนวนมาก บางคนบอกว่า เจ้าของหอพักเปลี่ยนเมียหลายคนแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเมียสาวๆ นักศึกษา บางคนที่มาเช่าพักอยู่ก็กลายเป็นเมียเจ้าของหอพักมาแล้ว
ก่อนหน้านี้ นายฮาร์ท และนายกอล์ฟ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งย่านบางเขน เข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าเมื่อประมาณต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตนและนายกอล์ฟได้มาเช่าหอพักไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 195/7 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน พักอาศัยด้วยกันในราคาเดือนละ 3,000 บาท เนื่องจากหอพักแห่งนี้อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่เรียนอยู่ โดยตนทั้งสองคนได้ห้องพักชั้น 1 จากทั้งหมด 5 ชั้น แต่พออยู่ได้เพียง 5 วัน ตนก็สังเกตว่าเวลาอยู่ในห้องพัก สัญญาณโทรศัพท์มือถือของตนขาดๆ หายๆ ทำให้การโทร.เข้าออกยากผิดปกติ
นายฮาร์ทกล่าวต่อว่า ตนจำได้ว่าเคยพบการแจ้งเตือนในอินเทอร์เน็ตว่า ถ้าโทรศัพท์อยู่ในห้องเช่าและสัญญาณโทรศัพท์ขาดหายบ่อยๆ หรือโทร.ยาก อาจจะเสี่ยงที่จะถูกกติดตั้งกล้องวิดีโอเพื่อแอบถ่าย เนื่องจากสัญญาณจากกล้องวีดีโอจะไปรบกวนสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ซึ่งในอินเทอร์เน็ตยังแนะนำวิธีการตรวจสอบอย่างง่าย โดยให้นำกล้องจากโทรศัพท์มือถือ หรือกล้องวิดีโอไปถ่ายยังจุดที่สงสัยว่าอาจจะมีการแอบติดตั้งกล้องไว้ พร้อมกับใช้รีโมตโทรทัศน์ หรือรีโมตแอร์ ไปกดปุ่มใดปุ่มหนึ่ง โดยให้ชี้รีโมตไปยังจุดที่สงสัยว่าจะมีการแอบติดตั้งกล้องไว้ เมื่อสร็จแล้วให้มาดูวิดีโอที่ถ่ายไว้ หากมีการแอบติดตั้งกล้องไว้จริงจะเห็นแสงสีแดงกระจายออกมาจากจุดดังกล่าวขณะกดรีโมต
พวกตนจึงลองทำตามคำแนะนำ ซึ่งก็พบแสงสีแดงกระจายออกมารอบจุดที่สงสัยจริง โดยจุดดังกล่าวจะเป็นกล่องไฟอยู่ที่หัวมุมของห้องนอน ตนจึงเปิดกล่องไฟออกดูพบว่ามีวัตถุคล้ายกล้องขนาดจิ๋วซุกซ่อนไว้ภายใน และภายในฝ้าของห้องน้ำด้วย พวกตนจึงดึงกล้องลงมาพบว่า สายไฟจากกล้องเชื่อมต่อไปยังห้องพักของเจ้าของหอ เมื่อไปสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าของหอพักก็ไม่ได้รับการชี้แจง ตนจึงไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.บางเขน เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา
หลังแจ้งความตำรวจก็มาที่พอพักของพวกตน ก่อนจะดึงกล้องออกไปตรวจสอบ แต่หลังจากนั้นเรื่องกลับเงียบหายไป พวกตนจึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และอาจมีภาพหลุดของพวกตนถูกเผยแพร่ออกไปจนทำให้เสื่อมเสีย เพื่อนจึงเข้าร้องเรียนต่อนางปวีณา ก่อนที่จะเข้ามาให้ปากคำในวันนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีดังกล่าว
นางปวีณาพาผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมประสานไปยัง พ.ต.อ.พัฒนา เพื่อให้เร่งรัดดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฏกมาย และเข้าตรวจสอบกล้องขนาดเล็ก ซึ่งเกรงว่าจะมีการนำภาพไปเผยแพร่ ซึ่งตนอยากจะเตือนนักศึกษาทุกคน โดยเฉพาะนักศึกษาผู้หญิงให้ตรวจสอบหอพักขอตัวเองให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ขณะที่ พ.ต.อ.พัฒนา กล่าวว่า คดีนี้ผู้เสียหายได้มาแจ้งความกับ ร.ต.ท.กริชชนะ คำพันธุ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งคดีนี้เข้าข่ายข้อหาก่อความเดือดร้อนรำคาญให้แก่ผู้อื่น ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกเจ้าของหอพักมารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป
ทั้งนี้ จากการปรึกษากับฝ่ายกฎหมายของ บช.น.นั้น คดีนี้สามารถแจ้งข้อหา บุกรุกยามวิกาล ได้เพิ่มเติมอีก 1 ข้อหาด้วย ซึ่งทางพนักงานสอบสวน จะเร่งสอบปากคำให้เสร็จ และขอหมายศาลเพื่อเข้าตรวจค้นที่หอพักดังกล่าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตามหากมีการนำภาพไปเผยแพร่ก็จะเข้าข่ายความผิดข้อหาเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร และเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งผู้เสียหายสามารถที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งได้อีกทางหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และ พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ฟูสินไพบูลย์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน นำเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจหอพักดังกล่าวอีกครั้ง ภายหลังตรวจสอบ นายอิสสระ เปิดเผยว่า หอพักแห่งนี้ประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.ควบคุมหอพัก คือไม่มีการขึ้นชื่อป้ายหอพัก และปล่อยให้มีการกระทำละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้เช่า รวมทั้งเข้าข่ายบุกรุกสถานที่ทั้งกลางวันและกลางคืน รบกวนสิทธิการอยู่อาศัยอย่างสงบสุขของผู้อื่น ซึ่งเชื่อว่ามีการทำลักษณะนี้มานานแล้ว และอาจมีอีกหลายห้องที่โดนล่วงละเมิด จึงฝากให้หอพักอื่นๆ เฝ้าระวังด้วย